สมาชิก



สมาชิก : 492
Content : 2015
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1228983
ลองของ Maserati ‘Ghibli’ ไฮลัคชัวรี่สปอร์ตซีดานตัวพ่อจากอิตาลี PDF พิมพ์ อีเมล
เรียบเรียงโดย อทิติ ศศิโรจน์   
วันอังคารที่ 27 มีนาคม 2018 เวลา 00:26 น.

 

ต้นเดือนมีนาคม 2561 มาเซราติ ประเทศไทย พร้อมรุกตลาดซีดานไฮลัคชัวรี่ เผยโฉม ‘กิบลี่’ สปอร์ตซีดาน 4 ประตู รุ่นปรับโฉม พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน ‘บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์’ และเราก็ได้มีโอกาสสัมผัสสมรรถนะของมาเซราติ กิบลี่ ทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลทั้งในเขตพระนครและปริมณฑล


 


ปิยะเทพ ศิวากาศ ผู้จัดการทั่วไป มาเซราติ ประเทศไทย ภายใต้กลุ่มบริษัท มาสเตอร์กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด หรือ เอ็มจีซี-เอเชีย เผยว่าบริษัทฯ ได้เสริมทัพรถยนต์มาเซราติในประเทศไทยด้วยการเปิดตัว มาเซราติ กิบลี่ รุ่นปรับปรุงใหม่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขายมาเซราติในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี หลังจากที่เปิดตัว SUV รุ่นเลอวานเต้ในช่วงปีที่ผ่านมา เราได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะการรับรู้ในแบรนด์ของลูกค้า ปริมาณลูกค้าที่จองรถ และการเยี่ยมชมโชว์รูมที่เพิ่มมากขึ้น จึงมั่นใจอย่างยิ่งว่ามาเซราติ กิบลี่ จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนให้มีการเติบโตในปี 2561 ถึงเท่าตัวจากปีที่ผ่านมา และมั่นใจว่าภาพรวมตลาดของรถในกลุ่มไฮลัคชัวรี่จะขยายตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากแต่ละแบรนด์ที่อยู่ในกลุ่มนี้ทยอยเปิดตัวรถใหม่ในช่วงปลายปีที่แล้วและในปีนี้ กระตุ้นให้ลูกค้าซื้อรถใหม่เพิ่มขึ้น บวกกับกำลังซื้อในตลาดไฮลัคชัวรี่ที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน”


 

มาเซราติ กิบลี่ MY2018 ปรับโฉมเพิ่มความสดใหม่ (ไมเนอร์เชนจ์) บนตัวถังหลักเดิมที่ดูโฉบเฉี่ยวคล้ายรถคูเป้ ผสานความประณีตหรูหราตามแบบฉบับรถสปอร์ตอิตาเลียน โดยยังคงเอกลักษณ์ต่างๆ ของมาเซราติไว้ครบถ้วน เช่น กระจังหน้าพร้อมสัญลักษณ์ตรีศูล สะท้อนภาพลักษณ์ของมาเซราติสุดคลาสสิกจากยุค 1950 และประตูแบบไร้กรอบกระจก (frameless doors) ตามสไตล์รถสปอร์ตพันธุ์แท้ กันชนหน้า-หลังปรับปรุงใหม่ ช่วยให้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (cd) ต่ำลง 7% จากเดิม 0.31 เหลือ 0.29 พร้อมเพิ่มความปลอดภัยด้วยไฟหน้าแบบเมตริกซ์แอลอีดี



มาเซราติ กิบลี่ ที่นำเข้ามาจำหน่ายในไทย แบ่งเป็น 2 รุ่นหลัก คือ เบนซิน และ ดีเซล โดยมีทั้งหมด 4 รุ่นย่อย คือ กิบลี่ แกรนลุซโซ่ เครื่องยนต์เบนซิน วี6 สูบ 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ 350 แรงม้า รุ่นท๊อปกิบลี่ เอส แกรนสปอร์ต มีกำลัง 430 แรงม้า กิบลี่ สำหรับดีเซล วี6 สูบ 3.0 ลิตร เทอร์โบ 275 แรงม้า กับแรงบิดสูง 600 นิวตันเมตร ที่ 2,000-2,600 รอบ/นาที แกรนลุซโซ่ เพิ่มเติมออปชั่นล้ำสมัย สุดท้ายเป็นรุ่นดีเซลพื้นฐาน โดยมาเซราติ กิบลี่ ทุกรุ่นย่อย ส่งกำลังสู่ล้อหลัง ผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะของ ZF



Maserati ได้มีการปรับโฉมรถรุ่น Ghibli ใหม่ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมเสริมระดับหรูหราเช่น การเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ภายนอกโดยเฉพาะส่วนหน้า ไฟหน้า LED แบบปรับอัตโนมัติ และอัพแรงม้าตัวท๊อปเป็น 430 แรงม้าในรุ่น Ghibli S พร้อมระบบ Integrated vehicle control ระบบพวงมาลัยไฟฟ้า และอื่นๆอีกมากมาย

Maserati Ghibli รุ่นก่อนปรับโฉมถือได้ว่าเป็นรถ Maserati ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของมาเซราติ โดยทำการส่งมอบให้กับลูกค้ามากกว่า 70,000 คัน ใน 70 ประเทศทั่วโลก Maserati Ghibli รุ่นปรับปรุงใหม่ทำการเปิดตัวรอบ World Premiere เมื่อปี 2017 ในงาน Frankfurt Motorshow



MASERATI  Ghibli  ใช้ระบบโครงสร้างตัวถัง ช่วงล่างเครื่องยนต์ V6 เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ของ ZF ร่วมกับรถ Quattroporte โดยมีความยาวน้อยกว่า 293 mm และ น้ำหนักเบากว่า 50 กิโลกรัม และมีการกระจายน้ำหนักอย่างสมดุลย์ (50:50) ระบบช่วงล่างหน้าอิสระปีกนกคู่ double-wishbone ระบบช่วงล่างหลังแบบแขนยึดหลายจุด Multi-link และเฟืองท้ายพร้อมระบบ Limted-Slip Differential (LSD) ให้ความแม่นยำในการบังคับควบคุมในระดับ razor-sharp ซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของ Maserati อย่างแท้จริง มั่นใจด้านความปลอดภัยด้วยการจัดอันดับ Euro NCAP ในระดับห้าดาว รวมถึงการช่วยเหลือการขับขี่ของระบบ Integrated Advsnced Driving Assistance จะทำให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยและความสนุกสนานจากการขับขี่อย่างที่ปรารถนา

 



Maserati Ghibli ออกแบบรูปลักษณ์ ภายนอกไว้ 2 รูปแบบการตกแต่งคือ GranLusso และ GranSport บนดีไซน์เสมือนรถยนต์ Coupe พร้อมกับเอกลักษณ์ที่โดดเด่น อาทิเช่น โลโก้ Saetta บนเสา C ประตูแบบไร้ขอบ กระจังหน้าที่ออกแบบเหมือน Maserati ในยุค 1950 และปลายท่อแฝดชุบโครเมียม ทั้งหมดล้วนมาจาก Design Center แห่งเมือง Turin จึงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในรุ่น GranLusso และ GranSport กันชนหน้าและหลังใหม่จะช่วยลดค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศลงอีกด้วย และเครื่องยนต์เบนซินของ Ghibli ผลิตจากโรงงาน Ferrari ในเมือง Maranello โดยได้รับมาตรฐานไอเสียระดับ Euro 6 สำหรับในรุ่น Top-range อย่าง Ghibli S ให้กำลังสูงสุด 430 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 580 นิวตัวเมตร โดยมีการปรับแรงม้าเพิ่มขึ้น 20 แรงม้าและแรงบิดเพิ่มขึ้น 30 นิวตัวเนตร มากกว่ารุ่นเดิมก่อนปรับโฉม สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 286 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลา 4.9 วินาที ส่วนเครื่องยนต์ดีเซล ก็ผ่านมาตรฐาน Euro 6 เช่นกันเป็นแบบวี6 สูบ ขนาด 3.0ลิตร พัฒนาโดย Maserati และ VM Motori ให้แรงม้าสูงสุด 275 แรงม้า เหนือกว่ารถยนต์ในรุ่นเดียวกันชัดๆ

 


Ghibli และ Quattroporte เป็นรถยนต์รุ่นแรกของ Maserati ที่ใช้ระบบ integrated vehicle control (IVC) ของ Bosch ที่จะเพิ่มความปลอดภัยและปรับปรุงระบบการขับขี่ให้มีความสนุกสนานและเร้าใจยิ่งขึ้นด้วยการใช้ระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (Electronic Power Steering - EPS) ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกและปรับปรุงการควบคุมให้เฉียบคมยิ่งขึ้น พร้อมระบบ Advanced driving assistant systems (ADAS)  ซึ่งมาพร้อมกับระบบ Highway Assist, Lane Keeping Assist, Actice Blind Spot Assist และ Traffic Sign Recognition.



GranLusso & GranSport two district souls of Ghibli

Ghibli GranSport มีการปรับรูปลักษณ์ภายนอกเพื่อเน้นเอกลักษณ์ความ Sport ให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้นกันชนหน้าที่มาพร้อมกับซี่กระจังหน้า เคลือบโครมที่ใหญ่ขึ้น ด้วยรูปลักษณ์ของจมูกฉลาม sharknose ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถ Alfieri Concept car ไฟหน้าของ Ghibli ใหม่ เป็นระบบ Adaptive full LED headlights ซึ่งได้พัฒนาร่วมกับ Magneti Martello Automotive Lighting



เรามีโอกาสได้ลองขับ Maserati Ghibli เวอร์ชั่น GranLusso ทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนและดีเซลไปกลับกรุงเทพฯ บ้านแพ้ว นครปฐม ผมได้ลองรุ่นเบนซินก่อนเพื่อน ด้วยสาเหตุใดก็ไม่ทราบได้ ผมมีโอกาสได้สัมผัสรถยนต์แบรนด์นี้ในอดีตเป็นรุ่นเปิดประทุน 3200GT และยังเก็บความประทับใจอยู่ลึกสุดใจ และความทรงจำนั้นก็ได้รับการรื้อพื้นโดย Ghibli รุ่นปรับปรุงล่าสุด เราสามคนมุ่งหน้าออกจาก กทม. โดยใช้เส้นทางด่วนในช่วงสายของวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดาก่อนไปลงพื้นราบที่ถนนพระราม2 การปรับตัวและสร้างความคุ้นเคยกับรถอิตาเลียนในปัจจุบันใช้เวลาเพียงเล็กน้อย พอเริ่มจับอาการตอบสนองได้ดูเหมือนเราจะเข้ากันได้อย่างดี Ghibli ไม่มีอาการกระโดงกระเดงแม้จะขับขี่ในเมืองโดยเฉพาะในโหมด Auto ถึงขั้นว่าง่ายเหมือนไม่ใช่รถที่พกม้ามากว่า 300 ตัว คงเป็นเพราะซ๊อฟแวร์เพื่อให้การขับขี่ในเมืองทำให้สามารถใช้งานได้สะดวกสบาย ซึ่งนั้นก็ไม่อาจสบประมาทได้เลย เพราะเมื่อเริ่มมีพื้นที่ให้เครื่องยนต์วี 6 เทอร์โบคู่ได้ยึดเส้นยึดสายคุณจะได้สัมผัสพลังที่มาอย่างราบเรียบนุ่มนวลและมีให้ใช้อย่างต่อเนื่องเท่าที่ใจคุณต้องการ การตอบสนองของช่วงล่างเรียนตามตรงว่าไม่นุ่มนวลเหมือนอย่างคู่ปรับจากยุโรปที่ทำตลาดอยู่ในบ้านเราด้วยกัน ขณะเดียวกันก็ให้การยึดเกาะที่แน่นหนึบแตกต่างกันโดยเน้นแนวสปอร์ตกว่าด้วย


Ghibli รุ่นปรับปรุงใหม่ สมกับนิยามสุดหรู High Luxury ในรถยนต์สปอร์ตซีดานโดยใช้วัสดุตกแต่งภายในคุณภาพสูง และช่างเครื่องหนังที่มีทักษะฝีมือสุดยอดของอิตาลีมาสร้างสรรค์ผลงานชั้นเลิศในห้องโดยสารของ Ghibli นอกจากนี้ ยังใช้ Mulberry Silk ของ Ermenegildo Zegna ที่ถักทอด้วยกรรมวิธีพิเศษ ผสมผสานลงไปภายในเบาะหนัง แผงข้างประตู และผ้าบุหลังคา อย่างปราณีต ทำให้รถ Ghibli  มีเอกลักษณ์พิเศษไม่เหมือนใคร ดูหรูหรามีระดับ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น เบาะไฟฟ้าปรับได้ 12 ทิศทาง พวงมาลัยไฟฟ้าแบบปรับระดับสูงต่ำใกล้ไกลได้ สัญญาณเตือนขณะถอยจอด และประตูดูดช่วยให้การปิดทำได้อย่างนุ่มนวล



ผ่าน 50 กิโลเมตรแรก ทั้งคนทั้งรถอุ่นเครื่องกันพอสมควรแล้ว สภาพการจราจรก็ผ่อนคลายขึ้น ผมเริ่มขยับปรับเป็นโหมด SPORT ถามหาความการขับขี่ที่เร้าใจอย่างที่มา Maserati เคยมีมาตลอด ทันใดเราก็พบกับซุ้มเสียงและการตอบสนองที่เปลี่ยนไป๋ ความเร้าใจถาโถมมาตามท้าวที่กดแป้นคันเร่ง จังหวะการเปลี่ยนเกียร์ฉับไวและถูกรั้งไว้เพื่อให้พร้อมจะเติมต่อไปสู่ความเร้าใจอย่างต่อเนื่อง ยิ่งเมื่อเข้าสู่ M หรือแมนนวลโหมด ทุกอย่างอยู่ที่การสั่งงานของผู้ขับขี่ เกียร์จะสามารถลากรอบเครื่องยนต์ไปถึงเรดไลน์ถ้าคุณต้องการและไม่คิดว่ามันจะโหดร้ายเกินไปกับรถที่เซ๊กซี่ขนาดนี้

 

เราพักรับประทานกลางวันที่ NIKANTI GOLF CLUB สนามกลอฟ์ก่อนเข้าตัวเมืองนครปฐม ที่มีข้าวหมูแดงหมูกรอบราดซอสข้นพร้อมเครื่องดื่มน้ำผลไม้สดเป็นซิกเนเจอร์ จัดไปพอตึงๆ ก่อนจับ Maserati Ghibli เครื่องยนต์ดีเซล มัดหนักจากแรงบิดสูงสุดถึง 600 นิวตันเมตร ปรับอารมณ์จากเครื่องยนต์เบนซินในช่วงเช้าอย่างชัดเจน กำลังส่งมีให้มหาศาลชนิดหาไม่ได้ในรถรุ่นไหนในคลาสเดียวกัน มาแรงมาเร็วจนต้องยับยั้งชั่งใจ ที่สำคัญประหยัดแบบสุดๆ เหมาะสำหรับเดินทางไกล แต่คุณก็จะไม่ได้รับอรรถรสด้านเสียงที่หวานแหบแผดแบบสปอร์ตอีตาเลียนที่มีมากับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน

 

สำหรับ Ghibli GranSport ได้รับแรงบันดาลใจจาก ประวัติและความภาคภูมิใจในสนามแข่งของ Maserati เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้ที่ต้องการความสปอร์ตในรถซีดานระดับหรู มาพร้อมกับ Black Piano Trim ในกันชนหน้า GranSport badge บริเวณประตูหน้า สเกิร์ตข้างสีเดียวกับตัวรถ ป้ายโลโก้ ทั้ง Trident และ Saetta สีน้ำเงิน เบรคคาลิเปอร์สีแดง และล้ออัลลอยส์ขนาด 20 นิ้วลาย Machine-polished Urano



Adaptive full LED headlights

Ghibli ทั้งรุ่น GranLusso และ GranSport ติดตั้ง Adaptive full LED headlights เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทั้งในระบบไฟสูงและไฟต่ำ ไฟเลี้ยว ไฟเดย์ไทม์ (Daytime Running Lights - DRL) พร้อมกันปรับระดับอัตโนมัติ โดยเมื่อเปรียบเทียบกับไฟหน้าแบบไบซีนอน เทคโนโลยีไฟ LED จะเพิ่มความสามารถในการมองเห็นได้ถึง 20% แสงไฟมีความสว่างเพิ่มมากขึ้น 32% และยังสามารถสองสว่างได้ไกลถึง 195 เมตร ไกลกว่าไฟไบซีนอนถึง 55 เมตร



ระบบไฟ Adaptive full LED headlight จะมาพร้อมกับระบบกล้องหน้าที่ช่วยสนับสนุนระบบ Matrix-adaptive High Beam ซึ่งจะทำให้ผู้ขับขี่เสมือนเปิดไฟสูงวิ่งอยู่ตลอดเวลาโดยไม่แยงตารถที่กำลังวิ่งสวนมาระบบนี้จะปรับโดยอัตโนมัติโดยมี การปรับความสว่าง 4 แบบ คือ Town (<50km/h), Country (50-110km/h), Motorway (>110 km/h) และ Weather Mode



นอกจากนี้ Ghibli อย่างไรพร้อมกับระบบ infotainment Maserati Touch Control Plus (MTC+)ใหม่ล่าสุด ด้วยจอ high resolution 8.4 นิ้ว พร้อมระบบทัชสกรีน ที่สามารถเชื่อมต่อกับ AppleCarPlay และ Android Auto และยังได้ติดตั้งสวิทช์ควบคุมแบบหมุนสองชั้น rotary knob ที่ทำจากวัสดุคุณภาพสูง forges Aluminium เพื่อใช้ในการควบคุมระดับเสียงและระบบ infotainment อื่นๆด้วยระบบเครื่องเสียงจาก Harman Kordon Premium Sound Syatem จะทำให้เพลิดเพลินกับเสียงคุณภาพ จากลำโพง 10 ตัวและ ซับวูฟเฟอร์ พร้อมพลังขับจากแอมป์ขนาด 900 วัตต์ ที่จับคู่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth ได้สะดวกรวดเร็ว



เรากลับเข้าเมืองด้วยระบบนำทางพร้อมแผนที่สามมิติ ที่จะให้ความสะดวกสบายในการเลือกเส้นทาง นอกจากนี้ในรถยังมีช่อง SD Card Reader, USB Socket และ aux-in port ซึ่งสามารถใช้เชื่อมต่อเพื่อฟังเพลง ดูภาพยนตร์หรือดูรูปภาพได้อีกด้วย
Ghibli นำเสนอสีภายใน 3 สี คือ สีน้ำตาลแทน สีแดงและสีดำ ซึ่งล้วนผลิตจากจากวัสดุหนังคุณภาพชั้นดีจากโรงงานหนังที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สำหรับรุ่นดีเซลและเบนซินมีความแตกต่างกันในเรื่องการตกแต่งชุดลายไม้แบบด้านและมันวาว พร้อมซันรูฟในตัวเบนซิน รวมถึงลายของล้ออัลลอยที่แตกต่างกัน พร้อมสนนราคาที่แตกต่างกันกว่าล้านบาท



Maserati Soundtrack เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของ Maserati ที่จะทำห้คุณภาพเสียงจากระบบท่อไอเสียมีความน่าดึงดูดและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเสียงจากปลายท่อไอเสียของรถยนต์มาเซราตีได้รับการกล่าวขานมาอย่างยาวนานว่าเป็นเสียงจากปลายท่อที่น่าหลงใหล และมีเสน่ห์สุดๆรุ่นหนึ่งในโลก

รวมถึง Advanced Driving Assistsnce Systems (ADAS)Level 2 ADAS ซึ่งประกอบไปด้วย highway Assist, Actice Blind Spot Assist, Lane Keeping Assists และ Traffic Sign Recognition ถือว่าเป็นก้าวสำคัญในการก้าวไปสู่ระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติ (semi-autonomous Driving) แม้ว่าการก้าวเข้ามาของระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติ จะช่วยทำให้การขับขี่ปลอดภัยสะดวกสบายมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันมาเซราตีก็ไม่ได้ทิ้งแนวคิดหลัก คือ การที่เป็นรถที่ถือกำเนิดมาจากสนามแข่ง ดังนั้นผู้ขับขี่จึงยังคงสามารถควบคุมรถได้ 100% ที่สำคัญยังคงเป็นรถที่มีเสน่ห์ทั้งรูป กลิ่น ( หนังภายในห้องโดยสาร ) และเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ผ่านท่อไอเสีย ชวนให้หลงใหลในทุกสัมผัสประกอบเรื่องราวประวัติอันยาวนานกว่า 100 ปี ถ้าคุณต้องการความแตกต่างอย่างมีสไตล์ Maserati Ghibli พร้อมเป็นทุกอย่างแล้ว...

 


GHIBLI DIESEL
(250 hp)

GHIBLI DIESEL
(275 hp)

GHIBLI

GHIBLI S

 

ENGINE

Layout

Turbodiesel 600 V6

Petrol 600 V6, Twin- Turbo - direct injection GDI

Displacement (cc)

2,987

2,979

Max. power (kW/hp @ rpm)

184/250 @ 4,000

202/275 @ 4,000

257/350 @ 5,500

316/430 @ 5,750

Peak Torque (Nm/rpm)

600 @ 2,000 - 2,600

500 @ 4,500

580 @ 2,250 – 4,000

Consumption NEDC (l/100 km)

5.9

5.9

8.9

9.6

9.7

CO2emissions combined(g/km)

158

158

207

223

226

0-100km/h (sec)

6,7

6.3

5.5

4.9

4.7

Top Speed (km/h)

240

250

267

286

286

100-0 km/h (metres)

36.0

35.5

35.0

Gearbox

8-speed ZF automatic AT8 - HP70

Transmission

RWD with Limited-Slip Differential

 

Front Suspension

double wishbone, anti-roll bar

Rear Suspension

multi-Link, anti-roll bar

Length/width/height (mm)

4,971 / 1,945 / 1,461

Wheelbase (mm)

2,998

Tyres (standard)

235/50 R18 (front)

235/50 R18 (front) 275/45 R18 (rear)







 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น (0)Add Comment

แสดงความคิดเห็น
quote
bold
italicize
underline
strike
url
image
quote
quote
smile
wink
laugh
grin
angry
sad
shocked
cool
tongue
kiss
cry
เล็กลง | ใหญ่ขึ้น

busy
แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 28 มีนาคม 2018 เวลา 11:02 น.