สมาชิก



สมาชิก : 492
Content : 1824
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1167131
ควบสองรุ่น ฮอนด้า ซีวิค เรดแรลลี่ สีสันและสมถรรนะของคนหัวใจสปอร์ต “Exciting Hatch!” PDF พิมพ์ อีเมล
เรียบเรียงโดย อทิติ ศศิโรจน์   
วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม 2018 เวลา 00:10 น.

 

ฮอนด้า ซีวิค ยนตรกรรมเลื่องชื่อในระดับโลกมานาน และเป็นรุ่นที่มียอดขายสูงสุดตลอดมาของฮอนด้า โดยในปัจจุบันในตลาดโลก ฮอนด้า ซีวิค มีให้เลือกทั้งแบบ ซีดาน คูเป้ และแฮทช์แบ็ก ซึ่งจำหน่ายในมากกว่า 170 ประเทศทั่วโลก สำหรับ ฮอนด้า ซีวิค ซีดาน เจเนอเรชั่นที่ 10 เกิดจากความมุ่งมั่นสร้างสรรค์ของทีมวิศวกร สามารถสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์ในกลุ่มคอมแพคท์ทั้งในเรื่องของสมรรถนะ พื้นที่ใช้สอย ความประหยัดเชื้อเพลิง เทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบาย และอุปกรณ์มาตรฐานความปลอดภัยล้ำสมัย


 


จากกระแส ฮอนด้า ซีวิค เจเนอเรชั่นล่าสุด ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีมากนับตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทยได้ราวขวบปี ด้วยดีไซน์ที่เฉียบขาดบาดใจในสไตล์สปอร์ต โดยเฉพาะรุ่น TURBO RS และเมื่อต้นปี 2560 ฮอนด้า ยังแนะนำ ซีวิค แฮทช์แบ็ก 5 ประตู ตอกย้ำ Sport DNA ของฮอนด้า เสริมความแข็งแกร่งให้ผลิตภัณฑ์ กระทั่งปลายปีที่ผ่านมา ฮอนด้า ออโตโมบิล ประเทศไทย ได้ปลุกเร้าจิตวิญญาณความสปอร์ตให้ร้อนแรงยิ่งขึ้นด้วยการนำเสนอ ซีวิค สีสันใหม่ แดงแรลลี่ เพื่อเอาใจกลุ่มคนที่ชื่นชอบความสปอร์ตสุดใจ โดย นำเสนอพร้อมกัน 2 รุ่น ทั้ง TURBO RS  เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตรเทอร์โบ และรุ่น 1.8 EL เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร ในราคาเดิม



ฮอนด้า ซีวิค เจเนอเรชั่นที่ 10 ได้รับการพัฒนาในประเทศญี่ปุ่น ในส่วนการออกแบบและด้านวิศวกรรมการผลิต พร้อมความร่วมมือจากฮอนด้าทั่วโลก เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในแต่ละภูมิภาค โดยทีมวิจัยและพัฒนาตั้งเป้าหมายเพื่อสร้างสรรค์การขับเคลื่อนที่คืนพลังความเป็นหนุ่มสาวให้กับผู้ใช้รถซีวิค (Dynamic Rejuvenation) โดยมุ่งมั่นพัฒนาเพื่อให้ซีวิคก้าวขึ้นมาเทียบเคียงมาตรฐานกับยนตรกรรมระดับหรู ผ่านการทดสอบภายใต้การใช้งานจริงร่วมกับรถยนต์หรูของยุโรปเป็นมาตรฐานในการขับขี่ การบังคับควบคุม ความสั่นสะเทือน ความกระด้าง (NVH) คุณภาพรวมถึงความประณีตในห้องโดยสาร



ขณะที่ทีมกำลังสร้างสรรค์ ฮอนด้า ซีวิค อุตสาหกรรมยานยนต์ กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม ทำให้สังคมหันมาให้ความสนใจกับเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ เครื่องยนต์ดีเซล และเทคโนโลยีการลดขนาดเครื่องยนต์ (Engine Downsizing) แต่ยังคงให้แรงม้าเท่าเดิมหรือมากกว่า ซึ่งกระแสนี้มีจุดเริ่มต้นในประเทศแถบยุโรป ตามด้วยอเมริกาเหนือ และจีน จากนั้นจึงกระจายไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก จึงเป็นหัวใจสำคัญเสมือนเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาฮอนด้า ซีวิค



คำว่า “OTOKOMAE” เป็นคำขวัญของฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ซึ่งไม่เพียงแค่สื่อให้เห็นถึงความหรูหราสง่างามเท่านั้น แต่ยังคงสื่อถึงความงามจากภายในทั้งในแง่ของนามธรรมผสานกับวิถีการใช้ชีวิต การสะท้อนความเป็น OTOKOMAE อย่างแท้จริง สำหรับการออกแบบที่ไม่จำกัดเพียงแค่มีรูปลักษณ์ดึงดูดใจเท่านั้น แต่ลักษณะของเส้นสาย และส่วนโค้งเว้าที่จะต้องสามารถสื่อความหมายพร้อมกับสร้างสรรค์ประโยชน์ในเชิงเทคนิคด้วย



ทีมวิศวกรยังได้ทดสอบสมรรถนะการขับขี่ของฮอนด้า ซีวิค บนถนนออโตบาห์น ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นถนนช่วงที่ไม่มีการจำกัดความเร็ว นับเป็นการตั้งเป้าหมายสมรรถนะการขับขี่ภายใต้เงื่อนไขที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริง รวมถึงการทดสอบภายใต้เงื่อนไขและสภาพแวดล้อมที่เกินกว่าระดับปกติ เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยในการใช้งานอย่างน่าประทับใจ



ทั้งนี้เพื่อให้ “ซีวิค” เป็นผู้นำเทรนด์ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ รุ่นที่ 10 จึงมาพร้อมแนวคิดการออกแบบ ‘The Civic-Creating a way of Life’ สร้างสรรค์ให้ “ซีวิค” เป็นรถยนต์ที่ส่งเสริมวิถีการใช้ชีวิตที่เต็มเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ โดยมีพื้นฐานการพัฒนาซึ่งประกอบด้วยหลัก 3 ประการ คือ


1. ความโดดเด่นของดีไซน์ทั้งภายนอกและภายใน รวมทั้งเทคโนโลยี และสมรรถนะการขับขี่ (Charismatic)

ฮอนด้า ซีวิค มีรูปลักษณ์ปราดเปรียว ผสมผสานการนำเอาเทคโนโลยีที่ติดตั้งอยู่ในรถยนต์ระดับสูงกว่า รวมทั้งการออกแบบภายในห้องโดยสารที่ล้ำสมัย พร้อมเทคโนโลยี และการเลือกใช้วัสดุตกแต่งที่มีคุณภาพ ในตำแหน่งของผู้ขับขี่ยังมาพร้อมกับพื้นที่ด้านหน้าที่ให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นที่ชัดเจนอีกด้วย ส่วนผู้โดยสารด้านหลังสามารถมองเห็นด้านหน้าได้อย่างชัดเจนขึ้น จากดีไซน์สวนบนของเบาะนั่งคู่หน้าให้มีลักษณะที่เรียวขึ้นสอดรับกับหมอนรองศรีษะขนาดกะทัดรัด


2. จิตวิญญาณที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งการขับเคลื่อน (Soulful)

ฮอนด้า ซีวิค ผ่านเงื่อนไขการทดสอบภายใต้สภาพแวดล้อมและการใช้งานจริง
จึงให้สมรรถนะการขับขี่ที่มีพลัง รวมทั้งในเรื่องความมั่นใจในการทรงตัว พร้อมตำแหน่งที่นั่งคนขับที่ต่ำ ให้อารมณ์การขับขี่ในสไตล์สปอร์ต รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเทอร์โบกับเครื่องยนต์เบนซินที่มอบสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจและยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย


3. สุนทรียภาพทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีทันสมัย เพื่อความสะดวกและความปลอดภัย (Comfortable) อาทิ มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB) ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) และระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) เป็นต้น



ภายในห้องโดยสารของฮอนด้า ซีวิค ออกแบบภายใต้แนวคิด “Daring ACE Design” โดยยังคงยึดหลัก “Man Maximum, Machine Minimum” ที่ให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารเป็นหลัก รวมถึงการมีระยะฐานล้อเพิ่มขึ้นและตัวถังที่กว้างขึ้น ส่วนแผงหน้าปัดด้านบนออกแบบให้เป็นชิ้นเดียวกัน แผงคอนโซลกลางได้รับการออกภายใต้แนวคิด “Tech Center” ซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์กลางการควบคุมโดยแยกออกเป็น 2 ชั้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับช่องเชื่อมต่อได้อย่างเป็นระเบียบ



การออกแบบภายในห้องโดยสารชนิดที่พลิกโฉมรถซีดานและเลือกใช้วัสดุคุณภาพ เส้นสายให้ความรู้สึกสปอร์ตผสานความพรีเมียมไปพร้อมๆกัน โดยการเพิ่มระยะห่างช่วงสะโพกของผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า และพื้นที่ช่วงหัวเข่าของผู้โดยสารด้านหลังให้มากขึ้น ทั้งยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายจุถึง 525 ลิตร



แผงหน้าปัดออกแบบใหม่ ตั้งใจให้ส่วนของระบบปรับอากาศมีขนาดกะทัดรัด ชุดมาตรวัดประกอบด้วย มาตรวัดอุณหภูมิเครื่องยนต์ ( ดีมากที่ให้มา ) มาตรวัดระดับเชื้อเพลิง และวัดรอบเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ตรงกลาง ด้านในมีมาตรวัดความเร็วแสดงผลเป็นตัวเลขดิจิตอล ทั้งชุดเป็นแบบเรืองแสง รุ่น TURBO จะมีโทนสีแดง ส่วนรุ่น 1.8 เป็นโทนสีฟ้า ส่วนแผงหน้าปัดด้านบนออกแบบให้เป็นชิ้นเดียวกัน ทำให้พื้นที่ช่วงหัวเข่าของที่นั่งด้านคนขับกว้างขึ้น บอกตรงๆเป็นรถยนต์ซีดานที่ภายในห้องโดยสารที่สวยงามมีคุณภาพมากเมื่อเทียบกับรถยนต์ในกลุ่มเดียวกัน



ฮอนด้า ซีวิค มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 2 บล๊อคให้เลือก ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาดความจุ 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้าที่ 6,500รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุ 174 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที รองรับพลังงานทางเลือก E85 มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 15 กม./ลิตร สำหรับแก๊สโซฮอลล์ E20 และ 11 กม./ลิตร สำหรับ E85

 

ในรุ่น TURBO RS ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว ความจุ 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ ซึ่งทั้งเครื่องยนต์และระบบเกียร์ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที ให้แรงบิดสูงสุดแบบ flat torque 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 - 5,500 รอบต่อนาที โดยใช้เทคโนโลยีหัวฉีดไดเรคท์ อินเจคชั่น ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง พร้อมการออกแบบท่อไอดีแบบตรง และเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่ช่วยอัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ ให้กำลังเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 2 ลิตร แต่มีอัตราการประหยัดน้ำมันเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร และยังสามารถใช้เชื้อเพลิง E20 ได้ด้วย



ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องหรือ CVT (Continuously Variable Transmission) ที่ถ่ายทอดกำลังอย่างนุ่มนวลต่อเนื่องด้วยความเร็วคงที่ในช่วงรอบต่ำ และการที่ชุดเกียร์มีระยะอัตราทดที่กว้างจึงช่วยลดรอบเครื่องยนต์เมื่อใช้ความเร็วสูง ระบบสมองกลคอมพิวเตอร์ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเกียร์จะเลือกอัตราทดที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับสภาพการขับขี่ที่แตกต่าง



ทายาทรุ่นที่ 10 ของซีวิค ออกแบบบนพื้นฐานโครงสร้างตัวถังแข็งแกร่งและมีน้ำหนักเบา มีมิติตัวถังยาว 4,630 กว้าง 1,799 สูง 1,416 ความยาวระยะฐานล้อ 2,698 มิลลิเมตร ใหญ่ขึ้นและคมเข้มกว่า ซีวิคทั้ง 9 รุ่นที่ผ่านมา ส่วนตัวผมคิดว่าละม้ายคล้ายกับรถยุโรปอย่างออดี้ และอาจไม่ใช้เรื่องบังเอิญช่วงเวลาเดียวกันนั้นผมก็มีโอกาสได้ลองขับ ออดี เอ4 ซึ่งก็มีความแตกต่างไปอีกแบบ

ซีวิค มีน้ำหนักใกล้เคียง 1.3 ตัน มีระบบช่วงล่างเป็นแบบอิสระทั้ง 4 ล้อ ด้านหน้าแบบแม๊คเฟอร์สันสตรัท ช่วงล่างหลังแบบแขนยึดหลายจุดหรือมัลติลิงก์ที่ได้รับการออกแบบใหม่ มีจุดยึดบนซับเฟรมหลังที่แข็งแรงขึ้น และเป็นครั้งแรกที่มีการนำบูชยางแบบไฮดรอลิกมาใช้ทั้งด้านหน้าและหลัง ซึ่งปกติจะใช้กับรถยนต์รุ่นใหญ่ เพื่อช่วยลดแรงสั่นสะเทือน รวมทั้งยังมีการใช้เหล็กกันโคลงขนาดใหญ่ขึ้นทั้งด้านหน้าและหลังเพื่อการขับขี่นุ่มนวลขึ้น และลดอาการโคลงตัว อีกทั้งพวงมาลัยเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า มีร่องวางนิ้วโป้งในตำแหน่ง 3 แบะ 9 นาฬิกาให้การตอบสนองการทำงานอย่างชัดเจนต่อเนื่องและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น เพียบพร้อมเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในทุกการขับขี่



ซีวิค มีเทคโนโลยีมากยายสารพัด อาทิ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch ควบคุมฟังก์ชั่นความบันเทิง พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) และช่องเชื่อมต่อ USB ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay (เฉพาะสมาร์ทโฟนบางรุ่น) พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียง และปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ พร้อมฟังก์ชั่น Swipe ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control System) ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift ในรุ่น RS) ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบกดปุ่ม (One Push Ignition System) ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท สามารถสั่งการได้จากระยะไกลเพื่อช่วยอุ่นเครื่อง พร้อมปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้เย็นสบายล่วงหน้า เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทางในรุ่นท๊อป กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ ตัวกล้องจะแสดงภาพทางมุมมองจากด้านบน มุมกล้อง130°หรือมุมกล้อง180° ในจังหวะที่เกียร์ถูกเปลี่ยนมาอยู่ในตำแหน่งเกียร์ถอยหลัง



หากเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ยังมีถุงลม 6 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมคู่หน้า Dual SRS ถุงลมด้านข้างคู่หน้า i-Side Airbag และม่านถุงลมด้านข้าง Side Curtain Airbags ( เฉพาะรุ่น TURBO RS ) เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง ปรับระดับสูง-ต่ำได้ และเข็มขัดนิรภัยด้านหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) และระบบกระจายแรงเบรก (EBD) โดยระบบป้องกันล้อล็อกจะช่วยป้องกันไม่ให้ล้อล็อกในระหว่างที่มีการเบรกกะทันหัน เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทิศทางและหักพวงมาลัยหลบสิ่งกีดขวางได้ ขณะที่ระบบกระจายแรงเบรกควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะทำหน้าที่ในการกระจายแรงเบรกระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง ให้ความสมดุลกับน้ำหนักบรรทุกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรก ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) ช่วยป้องกันการลื่นไถล และให้ความมั่นใจในระหว่างการขับ การเลี้ยว หรือการหยุด และให้การทรงตัวที่ดีในการขับเคลื่อนทุกทิศทาง ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) เมื่อรถยนต์จอดอยู่บนทางลาดชัน ระบบจะทำหน้าที่ในการป้องกันไม่ให้ตัวรถเคลื่อนที่ไปทางด้านหลังในจังหวะที่มีการปล่อยเท้าออกจากแป้นเบรก สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) เป็นการแจ้งเตือนรถที่ตามมาข้างหลัง



ซีวิค ยังมีระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)  ที่ช่วยลดจุดบอดในการมองเห็นของกระจกมองข้างด้านซ้าย โดยใช้กล้องจับภาพใต้กระจกมองข้างซ้ายและแสดงผลผ่านหน้าจอขนาด 7 นิ้ว ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB) เพียงใช้นิ้วดึงสวิตช์ที่ติดตั้งอยู่บริเวณคอนโซลกลางเมื่อต้องการใช้เบรกมือ และจะคลายเบรกโดยอัตโนมัติเมื่อเหยียบคันเร่ง ระบบ Auto Brake Hold เมื่อกดปุ่มเปิดให้ระบบทำงาน ระบบจะทำการหน่วงเบรกต่อให้อัตโนมัติ หลังจากเหยียบเบรกให้รถหยุดนิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้รถเคลื่อนตัวโดยไม่จำเป็นต้องเหยียบเบรกค้างไว้ และระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)



คราวนี้ผมได้ลองขับ ฮอนด้า ซีวิค สีแดงใหม่ ตัวท๊อปของ 2 รุ่น ด้วยสนนราคารุ่น TURBO RS 1,199,000 บาท  รุ่น 1.8 EL  959,000 บาท แบบจุใจในเส้นทางกรุงเทพฯปริมณฑล ระยะทางรวมรุ่นละเกือบ 300 กิโลเมตร สิ่งที่สัมผัสได้ชัดเจนคือการยกระดับความสามารถและสมรรถนะแบบก้าวกระโดดของซีวิค ด้วยเส้นสายที่ประดุจสปอร์ตคาร์ แสดงให้รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่กันชนหน้า ชุดไฟ LED ทั้งด้านและหลัง กระจังหน้า ฝากระโปร่งหน้า จรดกันชนหลัง แม้จะมีเหลี่ยมมุมแต่ก็ลงตัวลู่ลมตามหลักอากศพลศาสตร์ประกอบกับสีแดงสดที่ดึงดูดสายตาทุกคู่ที่ได้เห็น หากเป็นวัยรุ่นวัยแรงอยากได้การตอบสนองที่จิ๊ดจ๊าดทันใจแต่ไม่ถึงขนาดกระชากกระชั้น รุ่น 1.5 TURBO RS ให้คุณได้พร้อมออฟชั่นสุดเท่ ตั้งแต่กระจังหน้าสีดำ มือจับเปิดประตูโครเมียมรมดำ ท่อไอเสียแยกซ้ายขวา ล้ออัลลอยขนาด 17 x 7 นิ้วกับยาง 215/50R17 ภายในให้ความรู้สึกอบอุ่นและสปอร์ตด้วยโทนสีดำ พร้อมระบบปรับอากาศแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้ายขวา ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ และสปอยเลอร์ท้ายพร้อมไฟเบรคด้วยที่สามแบบ LED

 

แต่ถ้าต้องการความเรียบง่ายอย่างเรียบง่าย พร้อมอัตราเร่งที่มาแบบแน่นๆเนียนๆ ต่อเนื่อง มีให้ใช้ตลอดรุ่น 1.8 EL พร้อมตอบสนองได้อย่างน่าพอใจไม่ขาดไม่เกิน โดยระบบส่งกำลังของทั้งคู่ถ้าไม่บอกก็ไม่รู้ว่าเป็นเกียร์ CVT ซึ่งฮอนด้าทำได้ดีมากหากเทียบกับ CVT ในอดีต ระบบเบรกเชื่อถือได้ ความสะดวกสบายเหลือล้น สำหรับผมแล้วอยากจะเก็บไว้ทั้ง 2 รุ่นเพราะไม่ได้มีดีเฉพาะหน้าตาและภายใน แต่ฮอนด้า สามารถยกระดับคุณภาพโดยรวมของซีวิคให้เชื่อถือได้มากยิ่งขึ้นในทุกๆมิติ หากกำลังเล็งรถแนวคอมแพ็คคาร์สปอร์ตซีดานอยู่จึงไม่อาจหักใจได้จริงๆ



นอกจาก ฮอนด้า ซีวิค เรดแรลลี่ ยังสีมีให้เลือกอีก 5 สี ได้แก่ สีใหม่ คือ สีดำมิดไนท์เบอร์กันดี (มุก) สีขาวออร์คิด (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) และ สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) จะหนักใจตอนเลือกรุ่นเท่านั้นล่ะครับ



ความคิดเห็น (0)Add Comment

แสดงความคิดเห็น
quote
bold
italicize
underline
strike
url
image
quote
quote
smile
wink
laugh
grin
angry
sad
shocked
cool
tongue
kiss
cry
เล็กลง | ใหญ่ขึ้น

busy
แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2018 เวลา 22:25 น.