สมาชิก



สมาชิก : 492
Content : 2062
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1241546
ลองขับ MG3 ใหม่ แฮทช์แบ็คขับสนุกทุกไลฟ์สไตล์ PDF พิมพ์ อีเมล
เรียบเรียงโดย อทิติ ศศิโรจน์   
วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2018 เวลา 00:59 น.

 

กลางเดือน สิงหาคม 2561 เราพร้อมเพื่อนสื่อมวลชนมีโอกาสได้ลองของ MG3 แฮทช์แบ็คสีสันสดใส ภายใต้นิยาม “WE ARE FUN” “มองโลกให้สนุกทุกเส้นทาง” MG3 ที่พึ่งจะมีการปรับปรุงโฉมใหม่ได้อย่างลงตัวด้วยแนวคิดการออกแบบที่เน้นความสนุกสนานผสานนวัตกรรมเทคโนโลยีทันสมัย และระบบการเชื่อมต่อ i-SMART ขับเคลื่อนด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 112 แรงม้า พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติใหม่ ผสานความปลอดภัยครบครัน SYNCHRONIZE PROTECTION SYSTEM 8 ระบบ เพื่อความมั่นใจทุกการเดินทาง


 


บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์ เอ็มจี ในประเทศไทย เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนร่วมสัมผัสและทดลองขับ MG3 ใหม่ รถยนต์แฮทช์แบ็ก 5 ประตูสีสันสดใสที่มาพร้อมนิยาม “มองโลกให้สนุกทุกเส้นทาง” กับรูปลักษณ์ใหม่ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นร่วมสมัยพร้อมสมรรถนะที่มาเติมเต็มประสบการณ์ขับขี่ให้สนุกทุกเส้นทาง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตคนรุ่นใหม่ เพราะเอ็มจีเชื่อว่าการเดินทางไม่ใช่แค่การขับรถ แต่ประสบการณ์และความสนุกสนานระหว่างการเดินทางคือสิ่งที่สำคัญ สำหรับกิจกรรมครั้งนี้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ร่วมทดสอบฟังก์ชั่นใหม่ๆ รวมถึงสมรรถนะอย่างเต็มที่ทั้งรูปแบบของการใช้งานจริงบนท้องถนน และในสนามที่จัดเตรียมไว้เพื่อการทดสอบระบบความปลอดภัยในรถยนต์ MG3 รุ่นปรับโฉมใหม่ บนเส้นทางไปกลับกรุงเทพ-หัวหิน รวมระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร



นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “รถยนต์ MG3 ใหม่ได้ถูกพัฒนาโดยได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากรถต้นแบบอย่าง เอ็มจี อี-โมชั่น (E-Motion) รวมถึงการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีทันสมัย และการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเข้าไว้ด้วยกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความล้ำสมัยนำเทรนด์ ให้ความสนุกในการขับขี่ แต่ยังคงไว้ซึ่งระบบความปลอดภัยครบครัน



MG3 โฉมปรับปรุงใหม่ “มองโลกให้สนุกทุกเส้นทาง”

 

FUN DESIGN เติมความสนุกด้วยการออกแบบพร้อมเทคโนโลยีทันสมัยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่มองโลกให้สนุกกับทุกจังหวะของการใช้ชีวิต

 

MG3 รุ่นปรับโฉมใหม่ ออกแบบภายใต้แนวคิด บริท ไดนามิค (BRIT DYNAMIC) ทำให้สมรรถนะ การควบคุม ดีไซน์ และความปลอดภัย รวมกันสะท้อนความสนุกยิ่งขึ้นด้วยการผสานเทคโนโลยี สีสัน ความสะดวกสบาย ความคล่องแคล่วในการขับขี่เข้าด้วยกัน ภาษาการออกแบบใหม่เตะตาตั้งแต่กระจังหน้าใหม่ ( ที่จะเห็นใน MG เจนนอเรชั่นใหม่ทุกรุ่น ) ให้ความหรูหราทันสมัยยิ่งขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นเอ็มจีอย่างชัดเจน ไฟหน้าเป็นแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างขณะขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights) สอดรับกับไฟท้ายแนวตั้งแบบแอลอีดี ไลท์ไกด์ (LED Light Guide) พร้อมไฟเบรกดวงที่สามและไฟตัดหมอกหลัง ก่อนจะเพิ่มความสปอร์ตโฉบเฉี่ยว ที่แตกต่างจากรุ่นในรถประเภทเดียวกัน เพิ่มเติมด้วยหลังคาซันรูฟปรับไฟฟ้าในรุ่นท๊อปและรองท๊อป เสริมด้วยสปอยเลอร์หลังดีไซน์สปอร์ต สเกิร์ตข้างสีทูโทน และล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว



ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้ทันสมัย โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะในสไตล์ยุโรปด้วยแผงแดชบอร์ดบนพื้นที่ด้านซ้ายตกแต่งลาดลายโมเดิร์นกราฟิกรองรับด้วยเส้นเคฟล่า พร้อมระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติ และช่องแอร์ทรงกลมสไตล์เจ็ท เทอร์ไบน์ ที่ริมสุดของสองฝั่งแผงแดชบอร์ด พื้นที่ภายในเน้นความกว้างขวางทุกมิติ และนั่งสบายทั้งเบาะที่นั่งคู่หน้าและแถวหลังด้วย (บอกกงๆ ทำซะคล้ายมินิเลย) เบาะคนขับปรับ 6 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทาง ผสานเส้นสายกับสีสันของเบาะลายกราฟิกแบบเดียวกับทิมที่ตกแต่งบนแผงแดชบอร์ด เบาะที่นั่งหลังสามารถปรับพับแยกส่วนในการเก็บสัมภาระแบบ 60:40 สร้างความสะดวกสบายในการจัดเก็บสัมภาระยิ่งขึ้น



FUN DRIVING

 

ขับเคลื่อนทุกความสนุกด้วยสมรรถนะ ความปลอดภัย และความคล่องแคล่วในการขับขี่ที่ควบคุมได้

 

MG3 โฉมใหม่ มาพร้อมขุมพลังเครื่องเบนซินขนาด 1.5 ลิตร DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว 1,498 ซีซี พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VTi-TECH จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดมัลติพอยท์ ให้กำลังสูงสุด 112 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตัน-เมตรที่ 4,500 รอบ/นาที ผสานระบบกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ พร้อม Manual Mode ที่สามารถเลือกเปลี่ยนเกียร์ +/- ได้ ตอบสนองการขับขี่ได้เร้าใจยิ่งขึ้น ทั้งยังรองรับเชื้อเพลิง E85 ได้ด้วย ขับสนุกให้การควบคุมรถไปในทิศทางที่ต้องการด้วยระบบพวงมาลัยแบบพาวเวอร์ไฮดรอลิกที่มีน้ำหนักพอสมควรในความเร็วต่ำสำหรับคนที่คุ้นชินน้ำหนักของพวงมาลัยไฟฟ้าจากฝั่งรถญี่ปุ่่น บนก้านพวงมาลัยมาพร้อมสวิทช์ควมคุมเครื่องเสียงที่ด้านซ้าย และชุดควบคุมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ก้านด้านขวา อีกทั้งยังมีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 5.42 เมตร ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ จุดเด่นที่สำคัญที่สุดยังคงประสิทธิภาพอันโดดเด่นของระบบช่วงล่าง EUROPEAN TUNING SUSPENSION ที่มีการเซ็ทค่าใหม่ ในรูปแบบเดิมด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นทอร์ชันบีม คอยล์สปริง สามารถควบคุมคอนโทรลได้อย่างมั่นใจไม่ว่าทางตรงหรือทางโค้งโดยเฉพาะบนทางเรียบกริบจัดว่าดีเลยในคลาสเดียวกัน ระบบเบรกด้านหน้าแบบดิสก์เบรกพร้อมช่องระบายความร้อน ส่วนด้านหลังแบบดรัมเบรกให้การตอบสนองที่ดีในสไตล์รถยุโรป



ด้านความปลอดภัย MG3 ใหม่ มาพร้อมระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย USD (Ultimate Stiffness Design) พร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้า และมั่นใจด้วยระบบความปลอดภัยแบบองค์รวมที่ทำงานแบบบูรณาการ SYNCHRONIZE PROTECTION SYSTEM รวม 8 ฟังก์ชัน ที่ทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ประกอบด้วย ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน ABS(Anti-Lock Braking System) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution) ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist) ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System) ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง  CBC (Curve Brake Control) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System) ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System) และระบบป้องกันการลื่นไถล เมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน MSR (Motor Control Slide Retainer)  นอกจากนี้ยังมาพร้อมกล้องมองหลัง และสัญญาณเตือนระยะถอยหลังที่ช่วยให้การถอยจอดเป็นไปอย่างสะดวกปลอดภัยยิ่งขึ้น



FUN LIFESTYLE

 

อีกความแตกต่างที่เป็นเอกลักษณ์ของ MG เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตคนรุ่นใหม่ แค่เปลี่ยนมุมมองใหม่โลกก็สนุกได้อีกเยอะ

 

เอ็มจี ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และเพิ่มความสนุกในการขับขี่มาตลอด ด้วยการแนะนำเทคโนโลยี i-SMART ฟังก์ชั่นที่เชื่อมกับอินเทอร์เน็ตและระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยและสามารถรวบรวมข้อมูลที่มีความสำคัญและแจ้งต่อผู้ขับได้ตลอดเวลา อาทิ ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง สภาพการทำงานของแบตเตอรี่ เครื่องยนต์ และระบบเบรก ผ่านสมาร์ทโฟน พร้อมกับช่วยแจ้งเตือนการเคลื่อนที่ของรถที่ผิดปกติซึ่งอาจเกิดจากการโจรกรรม ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้อีกระดับ

 

สำหรับ MG3 ใหม่ ได้มีการเพิ่มประสิทธิภาพของ i-SMART ด้วยการอัพเดตฟังก์ชั่นใหม่บนแผนที่นำทาง สนุกและสะดวกมากขึ้นกับจอระบบสัมผัส ขนาด 8 นิ้ว ที่เติมความสนุกทุกเส้นทาง ด้วยฟังก์ชันที่ใช้งานได้หลากหลาย เช่นสองฟังก์ชั่นการใช้งานใหม่อย่าง WONGNAI สำหรับเสิร์ชหาร้านอาหารและแนะนำเมนูเด็ด ฟังก์ชันใช้งาน AGODA เพื่อค้นหาโรงแรมที่พัก รวมทั้งฟังก์ชันฟังเพลง Online Music ผ่าน TRUE iD Music ในรูปแบบ Live Stream บนระบบคลาวด์ได้กว่า 1 ล้านเพลง ช่วยเติมเต็มความสนุกของตลอดการขับขี่ได้ตลอดเส้นทาง


 

ทำความรู้จักกับ MG3 โฉบปรับปรุงใหม่ กันพอสมควรแล้วเรามองดูเรื่องสมรรถระผ่านการใช้งานจริง ตลอดเส้นทางไปกลับกรุงเทพฯ-หัวหิน ซึ่งก็มีความหลากหลายพอที่จะทำความรู้จักกับเจ้าตัวเจ็บรุ่นนี้กันให้มากยิ่งขึ้น ส่วนตัวผมหากให้เลือกจุดเด่นที่ดีที่สุดของรถรุ่นนี้ คำตอบที่ได้คือ ช่วงล่าง ใช่ครับ มันเป็นเช่นนั้นจริง จะขับอยู่ที่ความเร็วเท่าไหรช่วงล่างก็ยังตอบสนองได้อย่างดี ช่วยให้เกิดความมั่นใจในการขับขี่ไม่ว่าคุณจะขับสไตล์ผู้ใหญ่ใจดีที่ยังมีหัวใจไม่ยอมแพ้ หรือซิ่งแบบเด็กแนวหัวร้อน ยิ่งประกอบกับระบบห้ามล้อที่เซ็ทมาได้เหมาะเจาะ คุณอาจต้องขออภัยในบ้างลีลากับเพื่อนร่วมทางบ้างก็เป็นได้ ก็รถมันชวนให้ขับแบบนั้นจริงๆ และข้อดีชัดเจนอีกอย่างก็คือ เทคโนโลยี i-SMART ที่ทำให้เราเชื่อนต่อกับโลกภายนอกได้อย่างสะดวกสบายสมกับเป็นคนไทยยุค 4.0 ส่วนเรื่องของสีสันสไตล์ MG3 คราวนี้มาพร้อมทางเลือก5 สี เหลือง-ทิวดอร์ เยลโล่ (Tudor Yellow) แดง-รูบี เรด (Ruby Red) ฟ้า-มารีนา บลู (Marina Blue) ขาว-อาร์กติกไวท์ (Arctic White) และดำ-แบล็คไนท์ (Black Knight) โดยมี 4 รุ่นให้เลือก ได้แก่ รุ่น C ราคา 519,000 บาท  รุ่น D ราคา 549,000 บาท รุ่น X Sunroof ราคา 589,000 บาท และรุ่นท๊อป V Sunroof ราคา 629,000 บาท



สัมผัสความสนุกพร้อมอุ่นใจกับบริการหลังการขาย

นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ที่มีความสดใสทันสมัย เอ็มจี ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนางานบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ที่เป็นเจ้าของ MG3 ใหม่ จะได้รับแพ็คเกจใช้งานระบบอัจฉริยะ i-SMART ฟรี เป็นระยะเวลา 5 ปี และอุ่นใจกับการบริการหลังการขาย “แพสชั่น เซอร์วิส (Passion Service)” ด้วยการรับประกันคุณภาพนาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) และการให้คำแนะนำผ่านศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (MG Call Centre  หมายเลข 1267) รวมไปถึงบริการเช็คระยะนอกสถานที่ (Mobile Services) สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสัมผัส และทดลองขับ MG3 ใหม่ ได้ที่โชว์รูม เอ็มจี ทั้ง 85 แห่งทั่วประเทศ



เอ็มจี ก่อตั้งขึ้นในปี 1924 โดยชื่อ MG นั้นย่อมาจาก Morris Garages นับเป็นแบรนด์สัญชาติอังกฤษที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นตลอดระยะเวลา 90 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันแบรนด์ เอ็มจี อยู่ภายใต้การดูแลของ เอสเอไอซี  โดย เอ็มจี มีศูนย์กลางทางด้านการออกแบบ ฟังก์ชั่นการใช้งาน และเทคนิคที่เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ เอ็มจี เป็นแบรนด์รถยนต์อังกฤษที่ใช้เทคโนโลยีด้านวิศวกรรมตามแบบฉบับยุโรป โดยได้รับการสนับสนุนจาก เอสเอไอซี ทั้งในเรื่องการจัดหาวัสดุส่วนประกอบรถยนต์จากทั่วโลก ตลอดจนการจัดการด้านการควบคุมคุณภาพ รวมถึงบริการด้านอื่นๆ เอ็มจี



 

สำหรับเอ็มจี ประเทศไทย

บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 เพื่อกำกับดูแลงานด้านการขาย การตลาด และบริการหลังการขายของแบรนด์รถยนต์ เอ็มจี ในประเทศไทย และกำกับดูแลเครือข่ายผู้จัดจำหน่ายของ เอ็มจี ทั้งที่เป็นบริษัทร่วมทุน และที่เป็นบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และเอสเอไอซี ทั้งนี้ บริษัท เซี่ยงไฮ้ ออโตโมทีฟ อินดัสทรี คอร์ปอเรชั่น (เอสเอไอซี) ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ในประเทศจีน และเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กลุ่มบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรมและมีขนาดใหญ่ของประเทศไทย ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ขึ้นเพื่อผลิตรถยนต์ เอ็มจี และจำหน่ายภายในประเทศไทย รวมทั้งการส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน โดยโรงงานผลิตรถยนต์ของบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราช จังหวัดชลบุรี

ความคิดเห็น (0)Add Comment

แสดงความคิดเห็น
quote
bold
italicize
underline
strike
url
image
quote
quote
smile
wink
laugh
grin
angry
sad
shocked
cool
tongue
kiss
cry
เล็กลง | ใหญ่ขึ้น

busy
แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 28 สิงหาคม 2018 เวลา 21:43 น.