สมาชิก



สมาชิก : 492
Content : 1981
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1215363
FORD RANGER RAPTOR THE UNBFATABLE พิสูจน์กระบะออฟโรดสมรรถนะสูง “ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์”บนเส้นทางท้าทายสุดๆไปเลย PDF พิมพ์ อีเมล
เรียบเรียงโดย อทิติ ศศิโรจน์   
วันอังคารที่ 04 กันยายน 2018 เวลา 22:29 น.

 

ฟอร์ด ประเทศไทย จัดทริปสุดเร้าใจ เปิดโอกาสให้เราได้ร่วมพิสูจน์สมรรถนะ “ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์” กระบะออฟโรดสมรรถนะสูงที่แน่นด้วยดีเอ็นเอของฟอร์ดเพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance) แรงจากเครื่องยนต์ดีเซล Bi-Turbo ขนาด 2.0 ลิตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมระบบ Terrain Management System (TMS) สามารถเลือกโหมดการขับขี่ถึง 6 รูปแบบรวมถึงโหมดบาฮา บนเส้นทางที่ท้าทายผ่านการขับขี่ทุกรูปแบบโดยเฉพาะการขับขี่แบบออฟโรดความเร็วสูง สมกับนิยาม“เกิดมาแกร่ง” ระหว่างวันที่31 สิงหาคม-1 กันยายน 2561 ณ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ก่อนออกเดินทางเรารับทราบข้อมูลและเทคโนโลยีของ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รวมถึงโปรแกรมการขับขี่อันน่าตื่นเต้นตลอด 2 วัน รวมระยะทางกว่า 600 กิโลเมตร


 


ออกเดินทางจาก กทม. มุ่งหน้าไปยังอำเภอปากช่องจังหวัดนครราชสีมา เพื่อพิสูจน์การผสานการทำงานของขุมพลังเครื่องยนต์เทอร์โบคู่ ขนาด 2.0 ลิตรที่จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด 213 แรงม้าและแรงบิด 500 นิวตันเมตร ควบคุมทิศทางด้วยพวงมาลัยแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ESP) ซึ่งเริ่มจากการใช้การขับขี่โหมดปกติ ที่มอบความนุ่มนวลแบบกระชับพร้อมมความประหยัดเชื้อเพลิงพร้อมความสนุกสนานในการขับขี่บนถนนลาดยางทั้งทางทางเรียบและไม่เรียบในจังหวะที่ต้องรูด รวมถึงทางคดเคี้ยวขึ้นลงเขาใหญ่ และเลือกการขับขี่โหมดสปอร์ตที่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็วฉับไวให้การตอบสนองที่ดีขึ้น หรือจะเลือกเปลี่ยนเกียร์จาก Paddle Shift หลังพวงมาลัยที่ผลิตจากแม็กนีเซียมก็ทำได้ตามความต้องการ ผนวกกับการออกแบบภายในที่มอบความสะดวกสบายเพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยตลอดการเดินทางบนเขาใหญ่จากฝั่งปราจีนบุรี ข้ามมาสู่ถนนธนะรัชต์ อำเภอปากช่อง



จากนั้นเดินทางต่อไปยังสนาม 8 Speed ที่ได้สรรสร้างให้เป็นสนามออฟโรดสุดท้าทาย พร้อมสำหรับการขับขี่บนทุกสภาพพื้นผิวด้วยระบบ Terrain Management System (TMS) ในโหมดการขับขี่ออฟโรดรูปแบบต่างๆ ในพื้นที่ที่จัดเต็มไว้ ซึ่งสามารถเลือกได้จากปุ่มบนพวงมาลัยอย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นโหมดหิน ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4L สำหรับพื้นที่ลาดชันโดยใช้ความเร็วต่ำเน้นการควบคุมรถให้ขับเคลื่อนอย่างปลอดภัย โหมดหญ้า/กรวด/โคลน/ทราย ที่ออกแบบมาให้ขับขี่บนทางออฟโรดที่มีพื้นผิวลื่นและเป็นหลุมบ่อซึ่งระบบจะทำการเปลี่ยนเกียร์อย่างนุ่มนวลพร้อมทั้งออกตัวด้วยเกียร์ที่สองช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดอัตราการลื่นไถล แถมยังมีเนินขนาดย้อมๆให้โดดผ่านด้วยความเร็ว 70-80 กม/ชม. เพื่อให้ได้สัมผัสถึงสมรรถนะส่วนลึกทุกอณูของ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่เกิดขึ้นจากการวิจัยและพัฒนาของทีมงาน ฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ ก่อนเดินทางเข้าที่พักและร่วมแลกเปลี่ยนความประทับใจที่มีต่อเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ระหว่างรับทานมื้อค่ำ



เช้าวันถัดมา เราเดินทางสู่ทุ่งกังหันลมห้วยบง ซึ่งได้รับจำลองให้เป็นสนามทดสอบการขับขี่สุดเร้าใจเพื่อพิสูจน์การขับขี่ออฟโรดสมรรถนะสูงบนทุกสภาพพื้นผิว บนเส้นทางสุดวิบากโดยเฉพาะเส้นทางกรวดหินที่มีพื้นผิวที่ลื่น เป็นหลุมเป็นร่อง เราต้องการขับขี่ออฟโรดด้วยความเร็วสูงโดยใช้โหมดบาฮา ในโหมดนี้ระบบจะปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์ให้เหมาะกับการขับขี่ออฟโรดด้วยความเร็วสูงโดยระบบป้องกันล้อหมุนฟรีจะถูกตัดการทำงานเพื่อไม่ให้แทรกแซงการทำงานของเครื่องยนต์รวมทั้งเกียร์จะถูกปรับให้มีประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดระบบจะดันรอบเครื่องไว้นานขึ้นและเปลี่ยนเกียร์ขึ้นลงได้อย่างรวดเร็วยิ่งกว่าโหมดอื่นๆ



ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ ทั้งในด้านการออกแบบและงานวิศวกรรมยานยนต์สมรรถนะสูงเป็นหัวใจหลัก ผสมผสานกับสมรรถนะของ ฟอร์ด เรนเจอร์ ทำให้ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ กลายเป็นรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงที่จะเปลี่ยนประสบการณ์ของผู้ขับขี่ให้กลายเป็นความทรงจำอันน่าประทับใจจริงๆ ในหลากหลายแง่มุมการขับขี่



เริ่มจากรูปลักษณ์ที่ดุดัน เพียงครั้งแรกที่ได้เห็น เราสัมผัสได้ทันทีถึงความคมเข้มตามแบบฉบับรถออฟโรดสมรรถนะสูง ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างภายนอกที่ให้ความรู้สึกทรงพลัง ด้วยความสูงใต้การ์ดป้องกันเครื่องยนต์ที่สูงถึง 283 มิลลิเมตร ระยะช่วงล้อซ้ายและขวาทั้งด้านหน้าและล้อหลังที่กว้างขึ้น 150 มิลลิเมตร บ่งบอกอย่างชัดเจนถึงศักยภาพในการขับขี่ที่เพิ่มขึ้น กระจังหน้าดุดันด้วยโลโก้ฟอร์ดตัวพิมพ์ใหญ่ FORD อันเป็นเอกลักษณ์ของแร็พเตอร์ และรถฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ ที่โดดเด่นกว่ารถกระบะทั่วๆไปบนท้องถนน



ไม่เพียงรูปลักษณ์ที่ดุดันเท่านั้น ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแร็พเตอร์ยังรองรับการใช้งานได้อย่างดี แก้มข้างด้านหน้ารถทั้งซ้ายและขวาแบบใหม่ผลิตมาจากวัสดุคอมโพสิทที่ทนทานต่อการผจญภัยแบบออฟโรด กันชนหน้ามาพร้อมไฟตัดหมอกแบบ LED และช่องรีดอากาศ ซึ่งช่วยลดการต้านลมของตัวรถ นอกจากนี้ แก้มข้างรถคู่หน้ายังถูกตีโป่งขยายออกเพื่อรองรับการยุบตัวของโช้คที่เพิ่มมากขึ้นและยางออลเทอเรน สอดรับลงตัวกับสันโป่งที่เหนือซุ้มล้อหลังที่ได้สัดส่วนเพิ่มความเข้มอีกด้วย



เมื่อก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ เราสัมผัสได้ทันทีถึงดีเอ็นเอของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ ตั้งแต่กาบธรณีที่มีอักษร FORD PERFORMANCE เบาะที่นั่งได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะและบุด้วยหนังกลับ ให้การยึดเกาะและโอบกระชับร่างกายได้ดีขึ้นทั้งยามขับตะลุยเส้นทางออฟโรดหรือเดินทางในเมืองและนอกเมืองบนทางเรียบ รวมถึงรายละเอียดอื่นๆ ที่ทำให้เรนเจอร์ แร็พเตอร์โดดเด่น ทั้งการเดินตะเข็บด้ายสีน้ำเงิน การเลือกใช้วัสดุหนัง และแผงหน้าปัดที่ออกแบบมาอย่างเร้าใจ พวงมาลัยบุหนังลายฉลุช่วยให้จับได้ถนัดมือ และมาพร้อมแป้น Paddle Shift ขนาดและรูปทรงพอเหมาะที่ผลิตจากแม็กนีเซียมน้ำหนักเบา ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างฉับไวและแม่นยำ นอกจากนี้ ฟอร์ดยังได้สลักลายโลโก้แร็พเตอร์ลงบนขอบล่างของพวงมาลัยเพื่อความสะดุดตาและภาคภูมิใจ ทั้งยังติดตั้งแถบบอกตำแหน่งองศาพวงมาลัย On-Centre Marker เป็นแถบสีแดงด้านบนตรงกลางของพวงมาลัย เพื่อให้ผู้ขับขี่ทราบถึงตำแหน่งองศาของพวงมาลัยขณะขับขี่ได้อย่างมั่นใจอีกด้วย



ไม่เพียงแต่รูปลักษณ์ที่โดดเด่นดุดันจนใครๆก็อยากได้ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มาพร้อมเครื่องยนต์ทรงพลังที่มอบทั้งสมรรถนะและการตอบสนองที่ต่อเนื่องทุกจังหวะการขับขี่จากเครื่องยนต์ดีเซลใหม่แบบ Bi-Turbo (เทอร์โบคู่) ขนาด 2.0 ลิตร ที่มอบพลังสูงสุด 213 แรงม้า (157 กิโลวัตต์) และแรงบิดที่มากถึง 500 นิวตันเมตร เราจึงสามารถพบความเพลิดเพลินไปกับประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันระหว่างเทอร์โบแรงดันสูงที่มีขนาดเล็กและเทอร์โบแรงดันต่ำที่มีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งช่วยสร้างพละกำลังเครื่องยนต์ได้ทุกครั้งเมื่อต้องการอีกด้วย



สำหรับเครื่องยนต์ฟอร์ดได้ทำการทดสอบเทอร์โมไซเคิล (Thermo Cycle) ด้วยการทำให้เทอร์โบทั้ง 2 ลูกร้อนจัด จนกลายเป็นสีแดงนาน 200 ชั่วโมงติดต่อกัน ด้วยลูกปืนเทอร์โบที่ผลิตจากอัลลอยคุณภาพสูง สามารถทนความร้อนได้สูงถึง 860 องศาเซลเซียส และเทอร์โบแรงดันต่ำที่ระบายความร้อนด้วยน้ำ จึงทำให้เครื่องยนต์สามารถทนต่ออุณหภูมิระดับสูงมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการขับขี่ที่ทรหดและยาวนาน ผลิตจากเหล็กกล้า อะลูมิเนียมอัลลอย และคอมโพสิท เพื่อให้มีความทนทานและน้ำหนักเบา เกียร์ 10 จังหวะ หมายถึงอัตราทดที่แคบลง ส่งผลให้มีอัตราเร่งและการตอบสนองที่ดีขึ้น ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์แม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ ยังมาพร้อมอัลกอริทึมที่เรียนรู้รูปแบบการขับขี่ เพื่อเลือกเกียร์ที่เหมาะสมในทุกการขับขี่



แชสซีของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความแข็งแกร่งทนทานเป็นพิเศษสำหรับรองรับการขับขี่ออฟโรดความเร็วสูงและทนต่อแรงกระแทกที่หนักหนาสาหัสโดยเฉพาะ ผลิตจากเหล็กและอัลลอยเกรดต่างๆ HSLA (High-Strength Low-Alloy) ด้านนอกตัวรถตลอดแนวฐานล้อยังติดตั้งบันไดข้างดีไซน์และขนาดพอเหมาะ พื้นผิวหยาบทำจากอลูมิเนียมสีดำด้านพร้อมลัญลักษณ์ RAPTOR



ระบบ Terrain Management System (TMS) มาพร้อมโหมดการขับขี่อันตื่นเต้นเร้าใจ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งขันแรลลี่กลางทะเลทรายบาฮา ที่ประเทศเม็กซิโกอันเลื่องชื่อ โดยระบบจะปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์ให้เหมาะกับการขับขี่ออฟโรดด้วยความเร็วสูง ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีจะถูกตัดการทำงาน เพื่อไม่ให้แทรกแซงการทำงานของเครื่องยนต์ นอกจากนี้ ระบบเกียร์จะถูกปรับให้มีประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด โดยระบบจะค้างรอบเครื่องไว้นานขึ้นและเปลี่ยนเกียร์ลงอย่างรวดเร็วกว่าเดิม



เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มาพร้อมกับระบบเบรกที่สั่งชะลอความเร็วและห้ามล้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการใช้ชิ้นส่วนพิเศษที่จัดไว้เฉพาะแร็พเตอร์ คาลิปเปอร์เบรกคู่หน้าเป็นแบบลูกสูบคู่ ที่เพิ่มขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางขึ้นอีก 9.5 มิลลิเมตร มาพร้อมกับจานเบรกคู่หน้าแบบมีครีบระบายความร้อนที่มีขนาดใหญ่ถึง 332 x 32 มิลลิเมตร และเป็นครั้งแรกของเรนเจอร์ ที่ส่วนด้านหลังมาพร้อมกับดิสก์เบรกที่มาพร้อมกับระบบ brake actuation master cylinder ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเบรกให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีจานเบรกแบบมีครีบระบายความร้อนขนาด 332 x 24 มิลลิเมตร คู่กับคาลิปเปอร์เบรกใหม่ขนาด 54 มิลลิเมตร หยุดได้ชะงักนักแล



พร้อมรับมือกับการขับขี่ออฟโรดสุดหฤโหด ไม่ว่าจะเป็นการกระโดดหรือการขับขี่บนเส้นทางแสนท้าทาย เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มาพร้อมโช้คแบบ Position Sensitive Damping (PSD) ที่ผลิตโดย FOX ซึ่งจะเพิ่มแรงต้านเมื่อมีการกระแทกเต็มช่วงยุบกระบอกสูบ และจะลดแรงต้านเมื่อขับขี่บนถนนทางเรียบเพื่อการขับขี่ที่กระชับนุ่มนวล ระบบกันสะเทือนหลังพร้อมวัตต์ลิงค์ ยังได้รับการออกมาเพื่อรับมือกับการขับขี่ความเร็วสูงบนสภาพผิวถนนที่ขรุขระโดยเฉพาะ โดยเรายังสามารถควบคุมรถได้อย่างมั่นคงและได้รับความสบายอยู่ เพื่อความมั่นใจในการขับขี่บนทุกสภาพผิวถนน เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เจาะจงใช้ยาง All-terrain BF Goodrich KO2 ขนาด 285/70 R17 ที่พัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับเรนเจอร์ แร็พเตอร์โดยเฉพาะ โดยแก้มยางมีความทนทานสูง เหมาะในการลุยทุกสภาพพื้นผิว และดอกยางขนาดใหญ่พิเศษ ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นสภาพพื้นผิวที่เปียกลื่น โคลน พื้นทราย ลูกรังและกรวด



ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ยังอัดแน่นด้วยฟีเจอร์เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบาย ที่ออกแบบองค์ประกอบทุกอย่างมาเพื่อรองรับทั้งการขับขี่บนทางเรียบและแบบออฟโรด ทั้งความสูง มุมถึง มุมจาก ทุกมิติของตัวรถ เสริมด้วยเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่ที่ได้รับการพัฒนาสำหรับเรนเจอร์ แร็พเตอร์ โดยเฉพาะ นอกจากนี้ ด้วยการออกแบบที่เน้นความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ยังมาพร้อมระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ที่ทำงานร่วมกับฟังก์ชั่นการป้องกันการพลิกคว่ำ ด้วยเซนเซอร์ที่ช่วยตรวจจับและลดอัตราการเลี้ยวเกินหรือเลี้ยวขาด รวมๆและไม่ใช่แค่เป็นรถที่มีเสน่ห์มาดเข้ม แต่อุดมไปด้วยคุณสมบัติที่หาได้ยากในรถปิคอัพ เพราะ แร็พเตอร์ ไม่ใช่ปิคอัพ และเป็นซูเปอร์ปิคอัพ สำหรับคนที่ใช้ชีวิตไม่ธรรมดา พร้อมเปิดรับและสัมผัสประสบการณ์การขับขี่อันน่าประทับใจ และความรู้สึกที่โดดเด่นยามขับขี่ทุกเส้นทาง


ความคิดเห็น (0)Add Comment

แสดงความคิดเห็น
quote
bold
italicize
underline
strike
url
image
quote
quote
smile
wink
laugh
grin
angry
sad
shocked
cool
tongue
kiss
cry
เล็กลง | ใหญ่ขึ้น

busy
แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 05 กันยายน 2018 เวลา 13:59 น.