สมาชิก



สมาชิก : 492
Content : 2559
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1388832
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เสริมไลน์ อี-คลาสรุ่นประกอบในประเทศ ด้วย E 220 d Sport พร้อมรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด E 350 e เพิ่มอุปกรณ์ในราคาเร้าใจ PDF พิมพ์ อีเมล
เรียบเรียงโดย อทิติ ศศิโรจน์   
วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2019 เวลา 01:30 น.

 

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เสริมทัพรถยนต์อี-คลาส รุ่นประกอบในประเทศ เอาใจลูกค้าผู้ชื่นชอบเครื่องยนต์ดีเซล เปิดตัว E 220 d Sport พร้อมแนะนำรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดในตระกูล E 350 e รุ่นเพิ่มอุปกรณ์ ได้แก่ E 350 e Avantgarde, E 350 e Exclusive และ E 350 e AMG Dynamic ในราคาใหม่ เอาใจคนรักเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งรถยนต์ในตระกูลอี-คลาส ทุกรุ่นจะมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ของ ‘Mercedes me connect’ บริการเสริมที่จะมอบประสบการณ์เพื่อเชื่อมโยงลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการรวมถึงบริการอื่นๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์เข้าไว้ด้วยกันเพียงปลายนิ้วสัมผัส สามารถติดต่อที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2562 เป็นต้นไป

 


มร.ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส คือยนตรกรรมที่ยึดถือแนวคิดแห่งความก้าวล้ำไม่เคยหยุดนิ่ง ทั้งประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนที่โดดเด่น พร้อมความปราดเปรียวและสะดวกสบาย รูปลักษณ์ดีไซน์ภายนอกโฉบเฉี่ยว สะดุดสายตา รวมถึงความหรูหรา รายละเอียดในห้องโดยสาร และเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อคุณเข้ากับรถยนต์ ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความชาญฉลาดของรถยนต์รุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี”

 


“จากความนิยม และเสียงตอบรับของอี-คลาส บริษัทฯ จึงได้เปิดตัวรถยนต์ในตระกูลอี-คลาส รุ่นประกอบในประเทศ ซึ่งประกอบด้วยรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซล อย่าง E 220 d Sport โดยเครื่องยนต์ดีเซลใหม่ OM 654 Common-rail แบบ 4 สูบ ใน E 220 d ไม่เพียงแต่ทรงพลังกว่าเดิม แต่ยังมอบสมรรถนะเร้าใจ และยังเหนือชั้นด้วยประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันและปล่อยไอเสียน้อยกว่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า นอกจากนี้ ยังเปิดตัวอี-คลาส ในกลุ่มปลั๊กอินไฮบริด (EQ Power) ได้แก่รุ่น E 350 e Avantgarde E 350 e Exclusive และ E 350 e AMG Dynamic ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ และนำเสนอในราคาใหม่ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น”

 


“และอีกความพิเศษของการเปิดตัวรถยนต์ในตระกูลอี-คลาส รุ่นประกอบในประเทศในครั้งนี้ คือการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ของ ‘Mercedes me connect’ บริการเสริมที่จะมอบประสบการณ์แบบไร้รอยต่อเพื่อเชื่อมโยงลูกค้ารถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการรวมถึงบริการอื่นๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์เข้าไว้ด้วยกันเพียงปลายนิ้วสัมผัส โดยฟีเจอร์ใหม่นี้มีความโดดเด่นมากมายไม่ว่าจะเป็น Mercedes-Benz emergency call system บริการที่จะคอยช่วยเหลือคุณจากสถานการณ์ฉุกเฉิน ระบบวิเคราะห์สภาพรถยนต์ Telediagnostics ที่จะคอยส่งข้อมูลและสถานะของรถยนต์ไปยังศูนย์บริการเมื่อตรวจพบความเสียหาย ระบบตั้งค่ารถยนต์ (Pre-installation for Vehicle Set-up) และระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเปิดระบบปรับอากาศภายในห้องโดยสารด้วยโทรศัพท์มือถือ (Remote Engine Start for Pre-entry Climate Control) ลูกค้าที่สนใจรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสสามารถติดต่อเพื่อทดลองขับรถยนต์และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั้ง 33 แห่งทั่วประเทศ” มร.ฟรังค์ กล่าวปิดท้าย

 

 

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ E 220 d Sport

ดีไซน์ภายนอก ได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปท์ Sensual Purity สง่างามด้วยกระจังหน้าสีเงินเสริมโครเมียม พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม 2 ท่อ ล้ออัลลอยแบบ 5 ก้าน ขนาด 18 นิ้ว สี tremolite grey ไฟหน้าแบบ LED High Performance ไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน แบบ LED fibre-optic กระจกมองข้างด้านผู้ขับขี่และกระจกส่องหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ

 


ดีไซน์และห้องโดยสารภายใน ที่จะมอบความหรูหราและความสะดวกสบายให้คุณตลอดการเดินทางด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง ARTICO โดยเบาะคู่หน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยความจำสำหรับตำแหน่งที่นั่งพวงมาลัย และกระจกมองข้าง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง nappa ซึ่งเป็นพวงมาลัยนิรภัยพร้อมเพาเวอร์ปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า และปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ ปุ่มควบคุมแบบสัมผัส (Touch Control button) แผงหน้าปัดแบบ Analogue ระบบ Audio 20 GPS พร้อมจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว เพิ่มสุนทรียภาพในการโดยสารด้วยระบบไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารที่ปรับสีได้ถึง 64 เฉดสีอีกด้วย

 


ระบบความปลอดภัย และเทคโนโลยี ของ E 220 d มาพร้อมกับระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ (PRE-SAFE® system) โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP® (Electronic Stability Program) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Braking System) ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill-Start Assist ระบบรักษาความเร็ว (cruise control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC) ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST) เซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (PARKTRONIC) ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist) และกล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยรถ รวมถึงระบบปรับรูปแบบการขับขี่ DYNAMIC SELECT

 


โดยในเมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสทุกรุ่น ยังมาพร้อมกับบริการ ‘Mercedes me connect’ ที่มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่อันโดดเด่นมากมาย อาทิ

  • Mercedes-Benz emergency call system บริการที่จะคอยช่วยเหลือจากสถานการณ์ฉุกเฉินหรือในขณะที่คุณได้รับอุบัติเหตุ รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์จะทำการติดต่อไปยัง Emergency Customer Contact Center ศูนย์บริการฉุกเฉินที่จะช่วยประสานงานด้านความปลอดภัย เพื่อช่วยเหลือให้คุณได้รับความปลอดภัยสูงสุด
  • ระบบวิเคราะห์สภาพรถยนต์ Telediagnostics ด้วยบริการ Remote Retrieval of Vehicle Status ที่จะคอยรายงานสถานะของรถยนต์ไปยัง Mercedes me และด้วยบริการ Telediagnostics ที่จะคอยส่งข้อมูลและสถานะของรถยนต์ไปยังศูนย์บริการที่คุณเลือกเมื่อตรวจพบความเสียหายเพื่อให้คุณได้รับการซ่อมบำรุงที่รวดเร็วและแม่นยำที่สุด
  • ระบบตั้งค่ารถยนต์ (Pre-installation for Vehicle Set-up) และระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเปิดระบบปรับอากาศภายในห้องโดยสารด้วยโทรศัพท์มือถือ (Remote Engine Start for Pre-entry Climate Control) ปลอดภัยไปอีกขั้นกับระบบ Remote Door Lock/Unlock ที่ช่วยให้สามารถล็อกรถได้จากทุกที่ช่วยให้คุณไร้ความกังวลเรื่องความปลอดภัยและ มั่นใจได้ว่ารถยนต์ของคุณจะอยู่ในการควบคุมตลอดเวลาเตรียมพร้อมก่อน ออกเดินทางกับความสบายในแบบที่คุณควบคุมได้ด้วยระบบPre-entry Climate Control ที่ให้คุณสามารถสั่งเปิดระบบเครื่องปรับอากาศทางไกลได้ก่อนจะถึงตัวรถ ช่วยให้คุณสตาร์ทและออกเดินทางไปกับความเย็นสบาย ในแบบที่คุณควบคุมได้เอง และในวันที่คุณต้องเดินทางไปยังสถานที่แปลกใหม่ คุณก็จะไม่ต้องกังวลเรื่องตำแหน่งที่จอดรถอีกต่อไปด้วยระบบParked Vehicle Locator ที่ช่วยแสดงตำแหน่งของรถยนต์ภายในรัศมี 1.5 กิโลเมตร เพื่อให้คุณค้นหารถยนต์ที่จอดไว้ได้อย่างง่ายดาย รวมถึง Vehicle Tracker ระบบที่ติดตามตำแหน่งรถยนต์ผ่าน GPS และยังมีระบบ Geofencing ฟังก์ชันที่ช่วยจำกัดพื้นที่การขับขี่ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่ารถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ของคุณจะปลอดภัยและอยู่ในการควบคุมของคุณ
  • Vehicle status ที่จะบอกสถานะความพร้อมของอะไหล่รถยนต์และคอยประสานงานแจ้งเตือนทั้งทางลูกค้าและโชว์รูม

 


Mercedes-Benz E 220 d Sport รุ่นประกอบในประเทศ ราคา 3,330,000 บาท

รายละเอียดอุปกรณ์และราคาขายใหม่ของ Mercedes-Benz E 350 e

รถยนต์รุ่น E 350 e Avantgarde พร้อมอุปกรณ์เพิ่มเติมดังต่อไปนี้

  • ระบบกันสะเทือนแบบ Agility Control
  • หน้าจอแสดงผลความละเอียดสูงแบบ Digital widescreen cockpit
  • ฟีเจอร์ใหม่ของ ‘Mercedes me connect’

E 350 e Avantgarde รุ่นประกอบในประเทศจำหน่ายในราคาใหม่ที่ 3,540,000 บาท

รถยนต์รุ่น E 350 e Exclusive พร้อมอุปกรณ์เพิ่มเติมดังต่อไปนี้

  • ระบบกันสะเทือนแบบ Agility Control
  • ระบบกุญแจแบบ KEYLESS-GO
  • ระบบช่วยปิดประตู (power closing for front and rear doors)
  • ฟีเจอร์ใหม่ของ ‘Mercedes me connect’

E 350 e Exclusive รุ่นประกอบในประเทศจำหน่ายในราคาใหม่ที่ 3,790,000 บาท

รถยนต์รุ่น E 350 e AMG Dynamic พร้อมอุปกรณ์เพิ่มเติมดังต่อไปนี้

  • ฟีเจอร์ใหม่ของ ‘Mercedes me connect’

E 350 e AMG Dynamic รุ่นประกอบในประเทศจำหน่ายในราคา 4,190,000 บาท

ความคิดเห็น (0)Add Comment

แสดงความคิดเห็น
quote
bold
italicize
underline
strike
url
image
quote
quote
smile
wink
laugh
grin
angry
sad
shocked
cool
tongue
kiss
cry
เล็กลง | ใหญ่ขึ้น

busy
แก้ไขล่าสุด ใน วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2019 เวลา 17:55 น.