สมาชิก



สมาชิก : 492
Content : 2966
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1566204
Ford Ranger Raptor MY2020 ฉลุยบนเส้นทางสุดท้าทายทางตอนใต้ของเวียดนาม PDF พิมพ์ อีเมล
เรียบเรียงโดย อทิติ ศศิโรจน์   
วันพุธที่ 11 มีนาคม 2020 เวลา 18:04 น.

 

 

เส้นทางจากดาลัด-มูยเน่ ปลายเดือน กุมภาพันธ์ 2563 ฟอร์ด ประเทศไทย จัดทริปสุดพิเศษนำสื่อมวลชนไทยร่วมผจญภัยกับเส้นทางสุดท้าทายกับ “ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์” รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง  กระตุกกระตุ้นอะดรีนาลีนของการขับขี่ให้สูบฉีดด้วยความเร้าใจ พร้อมสัมผัสบรรยากาศอันสวยงามของมุยเน่ เมืองรีสอร์ตบนชายฝั่งทะเลแปซิฟิก ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเวียดนาม

 

 

 

นอกจากจะได้สัมผัสบรรยากาศอันน่าประทับใจของเมืองมุยเน่แล้ว คณะคาราวาน Ranger Raptor: Arabian in Mui Ne’ ยังได้ผจญภัยบนเส้นทางที่หลากหลายซึ่งเหมาะแก่การทดสอบสมรรถนะของชุดขับเคลื่อนตั้งแต่เครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบคู่ และระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ทั้งบนเส้นทางชานเมืองดาลัด อย่างจุดชมวิวโด่ย ก่อ ฮอง (Doi Co Hong) ที่ห่างตัวเมืองออกไปราวๆ 15 กิโลเมตร ในบ่ายวันแรกที่เดินทางมาถึงกับทัศนียภาพของป่าสนที่สวยงามแปลกตาเป็นอีกเอกลักษณ์ของดาลัด ไปจนถึงเส้นทางออฟโรดสุดท้าทายอันน่าจดจำ

 

 

“กิจกรรมทดสอบรถครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อพิสูจน์ความแกร่งของ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ไม่ว่าจะในด้านความเป็นรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงที่มาพร้อมความสามารถอันหลากหลาย รวมถึงช่วงล่างที่มอบความนุ่มนวลบนท้องถนน และการขับขี่ที่สะดวกสบาย โดย เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในการออกแบบและวิศวกรรมของทีมฟอร์ด อัดแน่นด้วยดีเอ็นเอ ของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ จึงทำให้กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการถ่ายทอดประสบการณ์การขับขี่ออฟโรดที่น่าจดจำอย่างแท้จริง” นางสาวกมลชนก ประเสริฐสม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย และตลาดอาเซียน กล่าว

 

 

สื่อมวลชนได้ทดสอบสมรรถนะอันน่าประทับใจของ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ในการรับมือกับเส้นทางทดสอบอันหฤโหด แต่ก็ถูกสยบด้วยระบบ Terrain Management System (TMS) โหมดการขับขี่ล้ำสมัยถึง 6 รูปแบบ ที่เปรียบเสมือนตัวช่วยที่คอยมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไร้กังวล พร้อมเผชิญกับทุกสภาพพื้นผิวแสนสมบุกสมบัน ซึ่งสามารถเลือกเปลี่ยนได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ในโอกาสนี้ ผมและเพื่อนสื่อมวลชนยังได้ทดสอบการนำฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆ ชนิดที่ต้องทึ่งกับมุมถึง(ปะทะ) มุมคร่อม และมุมจาก ซึ่งเป็นมิติมาตรฐานเฉพาะตัวของแร็พเตอร์ที่พร้อมแสดงสมรรถนะของช่วงล่างที่ต้องยึดยุบแบบขึ้นสุดลงสุดแต่ก็สามารถผ่านฉลุยทั้งเนินสูงหลุมใหญ่ และเนินเอียงตามธรรมชาติที่ขนาดเราลงไปเดินสำรวจหรือเก็บภาพยังต้องระมัดระวังไม่ให้หงายท้องกลิ้งลงไป

 

 

นับเป็นบททดสอบระบบกันสะเทือนที่พัฒนามาเพื่อสามารถรองรับการขับขี่ความเร็วสูงของเรนเจอร์ แร็พเตอร์  ด้วยโช้คอัพคู่หน้าและหลังของ Fox ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับการพิชิตเส้นทางหฤโหด ถึงแม้จะขับขี่อยู่ในสภาวะใดก็ตาม ในขณะที่ช่วยเรื่องการทรงตัวและการควบคุมรถให้เสถียรมั่นคงยิ่งขึ้น ด้วยการออกแบบที่เพิ่มแรงต้านเมื่อมีการกระแทกเต็มช่วงยุบกระบอกสูบ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนแบบออฟโรดให้ดียิ่งขึ้น พร้อมกับช่วยให้เพลาเคลื่อนที่อย่างแนบแน่นกับผิวทาง ทำให้สามารถลุยฝ่าเส้นทางที่ขรุขระเป็นหลุมบ่อ หรือแม้กระทั่งเส้นทางอันท้าทายไปได้อย่างนุ่มนวลเกินกว่าที่เราคาดคิด

 

 

ชาวคณะ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ปักหลักบนเนินที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลราว 1,500 เมตร ท่ามกลางป่าสน เราจึงเริ่มต้นด้วยการทดสอบระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน Hill Descent Control ซึ่งมีหน้าที่ปรับความดันเบรกอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยในการควบคุมการลื่นไหลและรักษาความเร็วให้คงที่เมื่อขับขี่ลงทางลาดชัน ทั้งยังสามารถปรับเพิ่มหรือลดความเร็วได้ที่สวิทช์ +/- บนก้านพวงมาลัยอีกด้วย ส่งผลให้ผู้ขับขี่สามารถให้ความสนใจกับเส้นทางและควบคุมพวงมาลัยได้อย่างเต็มที่และมีความมั่นใจขึ้น

 

 

ถึงแม้ว่าเส้นทางจะลื่นและขรุขระ แต่ด้วยระบบล็อคเฟืองท้ายไฟฟ้าของ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่ส่งแรงบิดเครื่องยนต์เต็มกำลังไปยังล้อหลังทั้ง 2 ล้อถึงแม้ว่าล้อใดล้อหนึ่งจะไม่ได้อยู่บนพื้นก็ตาม โดยระหว่างการขับขี่บนเส้นทางสุดท้ายของกิจกรรมวันแรก เราได้ทดสอบในโหมดกรวด ซึ่งเป็นระบบที่จะช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวลขึ้นพร้อมทั้งออกตัวด้วยเกียร์ที่สอง ลดโอกาสการลื่นไถลของล้อรถให้น้อยที่สุด ทั้งยังมอบความปลอดภัยและความมั่นใจในการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดที่ทั้งลื่นและพื้นผิวต่างระดับไม่เท่ากัน


 

ปิดท้ายด้วยโหมดบาฮา ให้ลองชู๊ตบนเส้นทางดินผสมทราย และสภาพแวดล้อมที่เป็นพื้นที่สูงชันไม่ราบเรียบ โดยระบบจะปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับการขับขี่ออฟโรดด้วยความเร็วสูง ระหว่างเส้นทางบริเวณจุดชมวิว โด่ย ก่อ ฮอง ก่อนอาทิตย์ลับขอบฟ้า ใกล้พลบค่ำเราจึงเดินทางการกลับเข้าเมืองดาลัด นับเป็นการอุ่นเครื่องก่อนลองของในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างและหาไม่ได้ยากง่ายๆในภูมิภาคอาเซียนในช้าวันรุ่งขึ้น

 

 

เช้าวันต่อมาจากที่ราบสูงที่มีอากาศเย็นในดาลัดเมืองต่างอากาศที่มีชื่อระดับต้นๆของประเทศเวียดนาม คาราวาน เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เดินทางมุ่งหน้าล่องใต้เลียบชายฝั่งทะเลเพื่อไปยังจุดหมายที่เมืองมุยเน่ ด้วยระยะทางประมาณ 205 กิโลเมตร ถึงแม้จะต้องเดินทางไกล ในเส้นทางสายรองถนนมีสภาพทรุดโทรม เส้นทางคดโค้งต่อเนื่อง ช่วงล่างของแร๊พเตอร์ยิ่งแสดงถึงประสิทธิภาพในการยับยั้งแรงสั่นสะเทือนเก็บร่องรอยความเสียหายหลุมเล็กหลุมใหญ่บนผิวทางวิ่งได้อย่างดี เมื่อใกล้ถึงตัวเมืองด้วยเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อย่างระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ฟีเจอร์ใหม่ในเรนเจอร์ แร็พเตอร์ MY2020 ทำให้การขับขี่เป็นไปได้อย่างผ่อนคลายยิ่งขึ้น ถึงแม้จะเจออุปสรรคบ้างก็ตาม

 

 

นอกจากนี้ ระบบช่วยเบรคอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB) ยังช่วยเหลือผู้ขับขี่เมื่อต้องขับผ่านเส้นทางที่มีการจราจรพลุกพล่าน และคลาคล่ำไปด้วยมอเตอร์ไซค์

 

 

บ่ายอ่อนๆท่ามกลางแดดแก่ๆ คณะเดินทางมาถึงทะเลทรายขาวมุยเน่ หรือ White Sand Dunes ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันโด่งดังของเวียดนาม เรามีโอกาสได้ทดสอบสมรรถนะของ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ด้วยการใช้ โหมดทราย ในการขับรถในทะเลทรายที่ทั้งลึกและยวบ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เป็นทรายซึ่งทั้งนุ่มลื่นสูงชันไม่ราบเรียบแปรเปลี่ยนไปตามกระแสลม ข้ามภูมิทัศน์อันแห้งแล้งของสิ่งมหัศจรรย์ทางภูมิศาสตร์ของที่นี่

 

 

ระบบ TMS ให้การตอบสนองอย่างฉับพลันเพื่อป้องกันการลื่นไถลและรักษาโมเมนตัมที่ดีที่สุดด้วยการรักษาเกียร์ต่ำและแรงบิดให้อยู่ในระดับสูงช่วยให้แร๊พเตอร์เคลื่อนที่ไปอย่างไม่มีทีท่าถดถอย ยังคงทะยานไปได้ตามใจสั่ง ซึ่งจัดไฮไลท์สำคัญของทริปการเดินทางทดสอบรถที่นับเป็นประสบการณ์ประทับใจอีกครั้งในชีวิต

 

 

ปิดท้ายกิจกรรมการทดสอบรถในครั้งนี้ด้วยอาหารมื้อในสไตล์อาหรับราตรี กับบรรยากาศริมทะเลเมืองมุ่ยเน่ พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความประทับใจ ทั้งในสมรรถนะและประสิทธิภาพของ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์แล้วเรื่องราวของการเดินทางในต่างแดน แต่ถึงอย่างไรไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ไม่สุขใจเหมือนบ้านเรา.

 

 

ฟอร์ด เรนเจอร์แร็พเตอร์ รุ่นปรับปรุงล่าสุด MY2020

ฟอร์ดเรนเจอร์ แร็พเตอร์รถกระบะออฟโรดที่สะท้อนนิยาม “เกิดมาแกร่ง” อัดแน่นด้วยดีเอ็นเอของฟอร์ดเพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance) ใช้โช้คอัพคู่ด้านหน้าและหลังของ FOXเพื่อซับแรงกระแทกเมื่อขับขี่ออฟโรดด้วยความเร็วสูง อีกทั้งช่วงล่างที่ถูกยกสูงขึ้นและระยะช่วงล้อที่กว้างขึ้น มุมไต่และมุมจากเพิ่มขึ้น จึงช่วยเรื่องการทรงตัว ทำให้ขับขี่ออฟโรดขั้นสุดได้อย่างมั่นใจระบบกันสะเทือนหลังแบบใหม่รวมถึงระบบวัตต์ลิงค์และสปริงคอยล์โอเวอร์ช็อคทำให้เพลาเคลื่อนที่อย่างมั่นคง จึงช่วยเรื่องการทรงตัวและการควบคุมรถให้ดียิ่งขึ้น

 

 

ระบบส่งกำลัง

เครื่องยนต์แบบ Bi-Turbo (เทอร์โบคู่) ขนาด 2.0 ลิตรและเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ได้รับการพิสูจน์ความทนทานจากการทดสอบที่ยาวนาน มอบแรงบิดและแรงม้าที่เต็มประสิทธิภาพ และอัตราทดเกียร์ที่แคบลง ให้กำลังสูงสุด 213 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร

 

 

แชสซีระบบเบรก และช่วงล่าง

แชสซีของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อรองรับระบบช่วงล่างที่ใหญ่ขึ้น ทำให้เรนเจอร์ แร็พเตอร์ สามารถเพิ่มระยะช่วงล้อคู่หน้าและหลัง และยังเพิ่มระยะการให้ตัวของล้อได้มากขึ้น ตอบสนองการขับขี่ออฟโรดและทนต่อแรงกระแทกที่อาจเกิดจากการขับขี่ได้ดีเยี่ยมด้วยเหล็กอัลลอย HSLA(High-Strength Low-Alloy) เกรดต่างๆอีกทั้งยังเสริมความแข็งแรงด้านข้างของแชสซี (side-rails) เพื่อรองรับแรงกระแทกที่เกิดจากการขับขี่ด้วยความเร็วสูง

 

 

แชสซีด้านหน้าเพิ่มความแข็งแรงของจุดยึดหูโช้คที่ถูกขยายความสูงขึ้นมา ในขณะที่ระบบกันสะเทือนหลังเป็นแบบคอยล์โอเวอร์ช็อคซึ่งทำขึ้นมาพิเศษเฉพาะเรนเจอร์ แร็พเตอร์ เท่านั้น รวมถึงระบบวัตต์ลิงค์ ช่วยให้เพลาเคลื่อนที่ขึ้น-ลงได้อย่างอิสระโดยที่มีการขยับตัวในแนวราบน้อยมาก จึงช่วยเรื่องการทรงตัวและการควบคุมรถให้ดียิ่งขึ้น ขณะที่โครงสร้างแท่นยึดยางอะไหล่ได้รับการเสริมความแข็งแรงเพื่อรองรับยางอะไหล่ขนาดใหญ่ถึง 17 นิ้ว

 

 

ขนาดล้อและยาง

ล้ออัลลอย17” พร้อมยาง BFGoodrich KO2 LT285/70 R17 A/T

อุปกรณ์และเทคโนโลยีในฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์

เทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ

  • ระบบช่วยเบรคอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB)
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System)

อุปกรณ์ภายนอก

ไฟหน้าแบบ LED โปรเจ็คเตอร์ พร้อมไฟวิ่งกลางวัน LED และระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ (LED Projector with LED DTRL and Auto Headlamps

ไฟตัดหมอกหน้า

กระจังหน้าแบบพิเศษ Raptor

ตะขอเกี่ยวคู่หน้า-หลัง

แผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถเหล็กกล้าหนา 2.3 มม.

ตัวถังขยายกว้างพิเศษพร้อมคิ้วล้อ

บันไดข้างอลูมิเนียมสีดำ

ไฟเบรกดวงที่ 3 พร้อมไฟส่องสว่างกระบะท้าย

พื้นปูกระบะท้ายพร้อมช่องต่อไฟ 12 โวลต์

ฝาท้ายแบบผ่อนแรง Easy Lift

 

 

อุปกรณ์ภายในและความสะดวกสบาย

ระบบเลือกโหมดการขับขี่Terrain Management(Terrain Management System)

ระบบตัดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร (Active Noise Cancellation System)

แป้น Paddle Shifter แบบแมกนีเซียม

ระบบความคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruse Control)

หน้าปัดชนิดพิเศษ Raptor

ช่องต่อไฟ 12 V พร้อมช่องต่อไฟ230V

ปรับเบาะที่นั่งคนขับแบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง

ปรับเบาะที่นั่งผู้โดยสาร 4 ทิศทาง

เบาะนั่ง Alcantara แบบโอบกระชับตัว

พวงมาลัยชนิดพิเศษ Raptor

 


ระบบเครื่องเสียง (Audio)

ระบบนำทาง Navigation System

หน้าจอแสดงผล จอสีแบบสัมผัส ขนาด 8 นิ้ว วิทยุพร้อมเครื่องเล่น CD/ MP3

ระบบเชื่อมต่อบลูทูธ และระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNCTM3ภาษาไทย พร้อมระบบช่วยโทรฉุกเฉิน (Emergency Assistance)

ช่องต่อ USB ที่กระจกมองหลัง (Windscreen Mount USB)

ระบบช่วงล่างและความปลอดภัย

เฟืองท้ายแบบ Locking Rear Differential

ถุงลมนิรภัย 6 จุด: คู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย

สัญญาณเตือนระยะจอด และกล้องมองหลังขณะถอยจอด

ระบบป้องกันล้อล็อก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD

ระบบความคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี

ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา (Hill Descent Control)

 


ระบบ Terrain Management System (TMS)

เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มาพร้อมระบบ Terrain Management System (TMS)ที่ปรับโหมดการขับขี่ได้6 รูปแบบเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดจากปุ่มบนพวงมาลัย ซึ่งแต่ละโหมดได้รับการทดสอบและปรับแต่งอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้เทคโนโลยีทั้งหมดทำงานประสานกันอย่างดีที่สุด ผู้ขับขี่จึงสามารถควบคุมรถได้ดั่งใจในแต่ละสภาพถนน อันประกอบด้วย

 

โหมดการขับขี่ทางเรียบ

โหมดปกติ – เน้นความสบาย นุ่มนวล และประหยัดน้ำมัน

โหมดสปอร์ต – ตอบโจทย์ผู้ที่มีใจรักการขับขี่ทางเรียบ เน้นการเปลี่ยนเกียร์เร็วและฉับไวในขณะที่รอบเครื่องสูง พร้อมทั้งค้างรอบเครื่องสูงไว้เพื่อให้การตอบสนองคันเร่งที่ดีขึ้นอย่างที่ผู้ขับขี่ต้องการ

 

โหมดการขับขี่ออฟโรด

โหมดหญ้า/กรวดหิน/หิมะ – ออกแบบมาให้ขับขี่บนทางออฟโรดที่มีพื้นผิวลื่นและเป็นหลุมบ่อ โดยระบบจะทำการเปลี่ยนเกียร์อย่างนุ่มนวลขึ้นพร้อมทั้งออกตัวด้วยเกียร์ที่สอง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดอัตราการลื่นไถลของล้อรถ

โหมดโคลน/ทราย – ระบบจะปรับการตอบสนองของระบบควบคุมการลื่นไถลให้เหมาะสมกับพื้นผิวที่มีความลึกและสามารถเปลี่ยนรูปร่างได้อย่างพื้นทรายและโคลน ด้วยการใช้เกียร์ต่ำที่มีแรงบิดสูง

โหมดหิน – ใช้เมื่อขับขี่บนพื้นผิวในเขตภูเขาที่ลาดชัน ต้องใช้ความเร็วต่ำ และเน้นการควบคุมรถให้ขับเคลื่อนอย่างช้าๆ

โหมดบาฮา – ระบบจะปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์ให้เหมาะกับการขับขี่ออฟโรดด้วยความเร็วสูงเสมือนนักแข่งแรลลี่กลางทะเลทรายบาฮาอันเลื่องชื่อ โดยระบบป้องกันล้อหมุนฟรีจะถูกตัดการทำงาน เพื่อไม่ให้แทรกแซงการทำงานของเครื่องยนต์ รวมทั้งเกียร์จะถูกปรับให้มีประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด ระบบจะค้างรอบเครื่องไว้นานขึ้นและเปลี่ยนเกียร์ลงได้อย่างรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม

 

 

ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์มีสีภายนอกให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีเทาConquer Greyสีแดง True RedสีดำAbsolute black  สีขาว Arctic Whiteและสีใหม่สีน้ำเงิน Performance Blue

ความคิดเห็น (0)Add Comment

แสดงความคิดเห็น
quote
bold
italicize
underline
strike
url
image
quote
quote
smile
wink
laugh
grin
angry
sad
shocked
cool
tongue
kiss
cry
เล็กลง | ใหญ่ขึ้น

busy
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2020 เวลา 19:59 น.