สมาชิก



สมาชิก : 492
Content : 3300
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1865016
ทดลองขับ The iCON SUV HONDA CR-V โฉบปรับปรุงล่าสุด MY2020 PDF พิมพ์ อีเมล
เรียบเรียงโดย อทิติ ศศิโรจน์   
วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2020 เวลา 15:26 น.

 

 

ระยะหลังๆ มานี้ผมค้อนข้างมีโอกาสได้ทดลองขับรถอเนกประสงค์ประเภทครอสโอเวอร์ ( ทรง 5 ประตูยกสูงกว่ารถเก๋ง ขับเคลื่อนเฉพาะ 2 ล้อหน้า ) เยอะและบ่อยขึ้น ซึ่งก็เป็นไปตามกระแสโลกที่นำมาสู่ความนิยมชมชอบในตลาดรถยนต์เมืองไทย ทว่าครั้งนี้เสมือนเป็นการพบปะกับรถอเนกประสงค์ที่มีความคุ้นเคยกันมาตั้งแต่เจนเนอเรชั่นแรกย้อนไปมากกว่า 2 ทศวรรษ สมัยยังเป็นนักข่าวดาวรุ่งพุ่งแรง ถึงตอนนี้ ฮอนด้า ออโตโมบิล ประเทศไทยเปิดตัวเอสยูวีไอคอนของฮอนด้า “ซีอาร์-วี โฉมปรับปรุงใหม่” ในบ้านเราแห่งแรกของภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียด้วยดีไซน์ภายนอกที่ย้ำชัดถึงความสปอร์ตพรีเมียมยิ่งขึ้น

 

 

โดย ฮอนด้า ซีอาร์-วี โฉมปรับปรุงใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 5 รุ่นย่อยตั้งแต่รุ่นท๊อปสุดกับเครื่องยนต์ดีเซล รุ่น DT-EL 4WD แบบ 7 ที่นั่ง เวอร์ชั่นรองลงมาเป็นรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ล้วนๆ คือรุ่น 2.4 EL 4WD 7 ที่นั่ง รุ่น 2.4 E 7 ที่นั่งรุ่น 2.4 ES 4WD 5 ที่นั่ง และรุ่นเริ่มต้น 2.4 S แบบ 5 ที่นั่งด้วยราคา 1,369,000 - 1,759,000 บาท แนะนำตัวในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ครั้งที่ 41 ตั้งแต่ 13 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา และคราวนี้รุ่นที่เราลองของคือชายกลางของตระกูล รุ่น 2.4 ES 4WD แบบ 5 ที่นั่ง ราคา 1,529,000 บาทสีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 12,000 บาท และหากใครชอบมากกับความมืดสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 8,000 บาท

 

 

ฮอนด้า ซีอาร์-วี รถอเนกประสงค์ SUV : Sport Utility Vehicle ขนาดกลางขนานแท้ ที่สามารถขับขี่ได้อย่างคล่องตัวในเมืองใหญ่หรือแม้จะเป็นตอกซอกซอยจนน่าประหลาดใจ ต้องเผชิญกับผู้ท้าชิงมากหน้าหลายตาที่ทยอยเข้าสู่ตลาดอย่างไม่ขาดสาย ทั้งคู่ปรับตรงๆ ตัวอย่าง มาสด้า CX-5 โตโยต้า โคโรลล่า ครอส รวมถึงเหล่า PPV ที่อัพตัวเองขึ้นมาท้าชนอย่างไม่เกรงใจ

 

 

คุณลักษณะภายนอกที่ได้รับการเติมเต็มของฮอนด้า ซีอาร์-วี มีมากมายหลายประการตั้งแต่หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) พร้อมระบบเปิด-ปิดแบบ One-Touch ไฟเลี้ยวด้านหน้าเป็นแนวเส้นแบบ LED Sequential เสริมความมั่นใจในการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) และนวัตกรรมเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสาร ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) ครบครันด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานทั้งแบบ 5 และ 7 ที่นั่ง มีทั้งเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ1.6 ลิตร i-DTEC และเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร i-VTEC มาพร้อมสีใหม่น้ำเงินคอสมิก เฉพาะรุ่น DT-EL 4WD, 2.4 EL 4WD และ 2.4 ES 4WD

 

 

รุ่น 2.4 ES 4WD ที่เราได้ลองขับ ด้านหน้าเสริมอารมณ์ความสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้าแบบ Gloss Black และกันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ฝากระโปรงท้ายตกแต่งด้วยโครเมียมรมดำและไฟท้าย FULL LED รมดำ ไฟหน้าแบบ FULL LED มาพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED (Daytime Running Light - DRL) และไฟตัดหมอกหน้าแนวนอนแบบ 5 LED ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ไซด์ 18x 7.5 นิ้วกับยางไฮเวย์เทอร์เรนขนาด 235/60R18 พร้อมล้อและยางอะไหล่ที่จัดเต็มเป็นเซ็ทเดียวกันเลย

 

 

แม้จะเสียดายที่เทคโนโลยีที่เสริมสร้างความมั่นใจในทุกการเดินทางฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) จะมีเฉพาะรุ่น DT-EL 4WD ซึ่งประกอบด้วย

- ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
- ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning : RDM with LDW)
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB) รวมถึงนวัตกรรมเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่กับรถฮอนด้าคอนเนค (Honda CONNECT) เป็นต้น

 

 

ทว่ารุ่นรองๆ ลงมาที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินก็ยังมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยที่จัดว่าล้ำสมัย อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor) (มีให้ทุกรุ่น) คอยตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ผ่านการควบคุมพวงมาลัยและแจ้งเตือนผ่านหน้าจอ TFT พร้อมการสั่นเตือนที่พวงมาลัย และระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ (Agile Handling Assist)

 

 

ดีไซน์ภายในกว้างขวางสะท้อนความหรูหรา ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายระดับพรีเมียม ประตูห้องโดยสารคู่หลังเปิดได้กว้างมากๆทำให้การก้าวขึ้นลงเข้าออกห้องโดยสารทำได้สะดวก และยังมาพร้อมแผงแดชบอร์ดตกแต่งด้วยลายไม้และวัสดุ Piano Black ครบครันด้วยอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) กระจกมองข้างแบบพับเก็บอัตโนมัติควบคุมด้วยรีโมท (Auto Foldable Side Door Mirror) ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ (Driver Memory Seat) เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า 4 ทิศทาง กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ (Auto Dimming Rear View Mirror) (ทุกรุ่น) ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย/ขวา i-Dual Zone และระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถว 2 และแถว 3 (ในรุ่น 7 ที่นั่ง) พร้อมด้วยเทคโนโลยีเชื่อมต่อ อาทิระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri ระบบนำทางเนวิเกเตอร์ (เฉพาะรุ่น 4WD) มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ซึ่งสามารถแสดงผลฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลายควบคุมสั่งงานผ่านพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์


 

ที่สำคัญครั้งนี้ ฮอนด้า ซีอาร์-วี พร้อมตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานด้วยฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบแฮนด์ฟรี Hands-free Power Tailgate (ทุกรุ่น) สะดวกสบายด้วยการควบคุมการเปิด-ปิดด้วยรีโมทและปรับระดับความสูงของการเปิดฝากระโปรงท้ายได้ตามต้องการ ลองแล้วก็ใช้งานง่ายและสะดวกจริงๆ และช่วยให้การเข้าถึงพื้นที่จัดเก็บสัมภาระได้สะดวกด้วยกลไกปรับพับเบาะนั่งที่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับผู้โดยสารและการใช้งานที่หลากหลาย พร้อมช่องเก็บของบริเวณคอนโซลกลางที่สามารถจัดสรรช่องไว้สิ่งของเพื่อให้เข้ากับการใช้งานได้หลายแบบเลือกใส่สิ่งของขนาดใหญ่เล็กได้อย่างเหมาะเจาะ

 

 

เครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC 4 สูบ ให้กำลัง 173 แรงม้าที่ 6,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 224 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ผสานการทำงานกับเกียร์อัตโนมัติแบบแปรผันต่อเนื่องหรือ CVT ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีมให้การตอบสนองทันใจรู้สึกถึงพลังที่ควบคุมได้ผ่านแป้นคันเร่งให้อัตราเร่งแบบไม่ธรรมดา มาแรง มาเร็ว มาหนักแต่ให้อารมณ์ที่นุ่มนวล รองรับพลังงานทางเลือกทั้ง E20 และ E85

 

 

รุ่นที่เราขับมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD แบบ Real Time พร้อม E-DPS ที่มีการพัฒนาให้ทำงานได้อย่างที่ควรจะเป็น ให้การส่งกำลังกระจายไปสู่ล้อหน้าหลังซ้ายขวาอย่างเหมาะสมตามสภาพเส้นทาง ทั้งยังตรวจสอบการถ่ายทอดกำลังเป็นเรียวไทม์ผ่านหน้าจอ TFT ได้อีกด้วย ทำให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างมั่นใจที่จะฟันฝ่าอุปสรรคไปนอนชมเดือนชมดาวบนดอยสูงที่ปราศจากความวุ่นวาย เรียกว่าลุยได้ไม่น้อยเลยทีเดียว


 

ช่วงล่างของฮอนด้า ซีอาร์-วี เป็นแบบอิสระทั้ง 4 ล้อ ด้านหน้าเป็นแม็กเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังแบบแขนยึดหลายจุดหรือมัลติลิงค์ พร้อมเหล็กกันโคลงทั้งด้านหน้าและหลัง ให้การตอบสนองอย่างนุ่มมวลประกอบกับพวงมาลัยที่น้ำหนักและอัตราทดพอดิบพอดีให้การควบคุมคล่องตัว อาจจะพบอาการอุ้ยอ้ายบ้างในจังหวะขึ้นลงคอสะพานที่ตัดและชันในความเร็วต่ำ นอกนั้นผ่านฉลุยเลย

 

 

หลังการขับขี่อย่างต่อเนื่องทั้งในและนอกเมือง ยังคงประทับใจกับสมรรถนะของชุดขับเคลื่อน ระบบส่งกำลัง การบังคับควบคุม ฮอนด้า ซีอาร์-วี ทำได้กลมกล่อมสมกับที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องยาวนาน และยังพยายามเพิ่มเติมฟิวเจอร์ออฟชั่นต่างๆ เพื่อการใช้งานที่ทันยุคทันสมัย เพื่อยืนหนึ่งในฐานะรถอเนกประสงค์ที่เหมาะกับพ่อบ้านแม่บ้านที่มีไลฟ์สไตล์คล่องแคล่วในชีวิตประจำวันและเดินทางทำกิจกรรมกับครอบครัวในวันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขตลอดช่วงอายุของซีอาร์-วี โมเดลนี้.

 

 

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดยังมีชุดแต่งเพิ่มดีกรีความน่าสนใจขึ้นอีกขั้นด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งโมดูโล (Modulo) เสริมด้วยหลากหลายไอเท็มพิเศษ โดยมีให้เลือก2 แพ็กเกจได้แก่ Sport Package ราคา 36,000 บาท Smart Package ราคา 30,500 บาทพร้อมแนะนำไอเท็มพิเศษใหม่ได้แก่ คิ้วตกแต่งซุ้มล้อด้านหน้า (แบบ 2 ชิ้น) ราคา 2,500 บาทปลอกท่อไอเสียสเตนเลส ราคา 1,750 บาท และชุดป้องกันรอยบริเวณที่เปิดประตูโครเมียม (1 ชุด มี 4 ชิ้น) ราคา 1,200 บาทอีกทั้งไอเท็มชุดแต่งอื่นๆ ที่มีให้เลือกอย่างหลากหลายรองรับทุกการใช้งานอาทิ แผงครอบกันรอยขอบห้องสัมภาระ กระบะใส่ของท้ายรถ แผ่นกั้นห้องสัมภาระ คิ้วบันไดสเตนเลสพร้อมไฟ LED ผู้ที่สนใจชุดอุปกรณ์ตกแต่งโมดูโล (Modulo) หรือข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.hondaaccess.co.th


ความคิดเห็น (0)Add Comment

แสดงความคิดเห็น
quote
bold
italicize
underline
strike
url
image
quote
quote
smile
wink
laugh
grin
angry
sad
shocked
cool
tongue
kiss
cry
เล็กลง | ใหญ่ขึ้น

busy
แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2020 เวลา 13:24 น.