สมาชิก



สมาชิก : 492
Content : 3464
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1991047
ลองขับ ALL-NEW MAZDA BT-50 ปิกอัพหรูสไตล์เอสยูวี กรุงเทพฯ-ราชบุรี พร้อมตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต PDF พิมพ์ อีเมล
เรียบเรียงโดย อทิติ ศศิโรจน์   
วันศุกร์ที่ 05 มีนาคม 2021 เวลา 20:26 น.

 

 

2021 สิ้นสุดการรอคอยรถปิกอัพรุ่นล่าสุดจากมาสด้า หลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยของ Mazda BT-50 เจเนอเรชั่นใหม่ เราติดตามความเคลื่อนไหวของปิกอัพรุ่นใหม่หมดนี้มาตลอด รวมถึงได้สัมผัสทั้งก่อนและช่วงการเปิดตัว กลางเดือนกุมภาพันธ์ 2564 Carallstyle และเพื่อนสื่อมวลชนอีกกว่า 100 ชีวิต ได้รับโอกาสลองขับ Mazda BT-50 ใหม่ ในเส้นทางกรุงเทพฯ ถึงอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี ระยะทางกว่า 350 กิโลเมตร บนเส้นทางที่แตกต่างหลากหลาย และนี้คือการกลับมาสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดรถปิกอัพอีกครั้ง ผ่านคอนเซ็ปต์การใช้พาหนะเพื่อชีวิตหลายรูปแบบ ได้แก่ My Business Partner , My Adventure Partner , My Passion  Partner และ My Inspiration Partner แค่ออกสตาร์ทจากแหล่งเศรษฐกิจใหม่ทางฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ที่โชว์รูมมาสด้า เจพี กาญจนาภิเษก หนึ่งในโชว์รูมแห่งใหม่ ซึ่งสามารถสะท้อนภาพ My Business Partner ได้อย่างเด่นชัด

 

 

 

เปิดศักราชใหม่ด้วยการทดสอบ All-New Mazda BT-50 เจเนอเรชั่นใหม่ ที่มากับแนวคิด “พร้อม...กับทุกด้านของชีวิต”หรือเพื่อนคู่การใช้ชีวิต Life-Partner แน่นอนส่วนที่สัมผัสได้อย่างชัดเจนที่สุดคือรูปลักษณ์ภายนอกจาก “โคโดะดีไซน์” เน้นความเรียบง่ายแต่งดงาม “Less is More” ผสานความทรงพลังแบบรถปิกอัพพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย มอบความสะดวกสบายเสมือนรถเอสยูวี และเชื่อว่าจะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะเข้ามาเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับรถปิกอัพด้วยความแตกต่างไม่เหมือนใคร อีกทั้งจะเป็นโมเดลสำคัญในการสร้างยอดขายและส่วนแบ่งทางการตลาดของมาสด้า

 

 

จาก All-New Mazda BT-50 ทั้ง 14 รุ่นย่อย เริ่มด้วย Standard Cab-STD 1.9 E/C , Freestyle Cab-FSC 1.9 C/S และรุ่นสองล้อยกสูง Hi-Racer , Double Cab-DBL 1.9 C/S  DBL 1.9 S/SP Hi-Racer และ DBL 4x4 3.0 SP เกือบทุกรุ่นมีทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้เลือก วันนั้นเรามีโอกาสได้ทดลองหลากหลายรุ่นคละกันไป ส่วนผมมาลงเอยกับ Mazda BT-50 DBL S Hi-Racer เกียร์ธรรมดา ออกจากเมืองหลวงโดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 35 หรือที่รู้จักกันในชื่อพระราม 2 ช่วงแรกพบกับการจราจรหนาแน่น ผ่าน 40 กิโลเมตรแรกถึงจะทำความเร็วได้พอสมควร ข้ามแม่น้ำแม่กลองได้ไม่นานนักเราก็มาถึงแยกวังมะนาว ข้ามถนนเพชรเกษม แล้ววกกลับทางไปทางเมืองราชบุรีแล้วเลี้ยวซ้ายที่แยกปากท่อ เข้าสู่ถนนสองเลนสวนที่กำลังมีการซ่อมสร้างพื้นผิวทางวิ่งเป็นอุปสรรคให้เรากับ BT-50 ใหม่ได้ร่วมกันท้าทาย

 

 

จากลักษณะการใช้งานรถปิกอัพในปัจจุบัน มีส่วนสนับสนุนให้มาสด้าออกแบบ BT-50 ใหม่ให้มีความสง่างาม เลือกใช้วัสดุคุณภาพ ส่งเสริมให้เป็นรถปิกอัพที่มีความอเนกประสงค์ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น และมาสด้า เชื่อว่าการเปิดตัว All-New Mazda BT-50 เจเนอเรชั่นใหม่นี้จะเป็นการปรับภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ให้กับตลาดรถปิกอัพที่สามารถใช้งานได้ทุกโอกาส หรือ “Built for Dress and Jeans” ซึ่งจะเป็นการขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขึ้นด้วย

 


ระหว่างทริปเดินทาง นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ที่ร่วมกิจกรรมไปด้วยให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า จากความตั้งใจที่มาสด้าต้องการพัฒนารถปิกอัพให้สามารถเติมเต็ม เสมือนเป็น Life-Partner จึงเกิดเป็นคอนเซ็ปต์ All-New Mazda BT-50 พร้อม...กับทุกด้านของชีวิต” ซึ่งจะพาคุณไปสู่ทุกเป้าหมายเคียงคู่ไปในทุกมิติของการใช้ชีวิต ประกอบด้วย

Adventure Partner พร้อมลุยไปกับทุกเส้นทางสำหรับผู้ที่หลงใหลในความท้าทาย เปลี่ยนให้ทุกอุปสรรคเป็นความท้าทาย ออกไปค้นหาเพื่อลิ้มรสคุณค่าของการค้นพบสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ

Passion Partner ที่จะให้คุณก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือห่วงใย และเอาใจใส่ต่อคนรอบข้าง แม้จะมีหน้าที่รับผิดชอบมากมาย แต่ก็ยังต้องการที่จะใช้เวลาไปกับเพื่อนฝูง และสนุกสนานกับกิจกรรมอยู่เสมอ

Inspiration Partner ให้คุณได้มองหาเรื่องราวใหม่ๆ ที่อาจยังไม่มีใครเคยค้นพบ เพื่อสร้างความหมายใหม่ของการใช้ชีวิต เพราะการให้คือการส่งต่อแรงบันดาลใจที่ดีที่สุด

Business Partner นำชีวิตก้าวไปสู่ความสำเร็จด้วยความมุ่งมั่นที่จะก้าวหน้า ไม่หยุดพัฒนาตนเอง มองหาช่องทางและโอกาสอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นงานหลัก หรือธุรกิจเสริมเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับตนเองและครอบครัว ให้ทุกก้าวย่างเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

 

 

“ปัจจุบันผู้ซื้อรถปิกอัพไม่ได้มองเพียงแค่ความแข็งแกร่ง ความทนทานในการใช้งาน หรือประหยัดน้ำมันเท่านั้น วันนี้ผู้ใช้รถใส่ใจทุกรายละเอียด ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และดีไซน์มากขึ้น แนวคิดการออกแบบ คือ การผสมผสานความแข็งแกร่ง อึด ทน ในสไตล์รถปิกอัพเข้ากับ โคโดะ ดีไซน์ ที่เน้นความเรียบง่าย แต่บ่งบอกว่า นี่คือ ปิกอัพสายพันธุ์ใหม่ของมาสด้า ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้า Signature Wing ไฟหน้าทั้งสูงและต่ำเป็นแบบหลอด LED ให้ลำแสงสีขาวสว่างช่วยให้มองเห็นชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อขับขี่ยามค่ำคืนและช่วยประหยัดพลังงาน ไฟท้ายทรงสปอร์ต รวมถึงมิติตัวถังผนวกกับสัดส่วนเกิดเป็นความแข็งแกร่งควบคู่กับความสง่างามของรถปิกอัพยุคใหม่” นายธีร์ กล่าวเสริม

 

 

ผ่านเส้นทางหลวงชนบทสองเลนส่วนกันโค้งไปโค้งมาได้พักใหญ่ เริ่มคุ้นเคยกับ BT-50 มากขึ้นโดยเฉพาะภายในห้องโดยสารที่มีองค์ประกอบลงตัว คอนโซลหน้าถูกตกแต่งด้วยวัสดุสีเงิน จัดวางตำแหน่งอุปกรณ์โดยมีคนขับเป็นศูนย์กลางตามหลัก Human Machine Interface ฟังก์ชันต่างๆใช้งานง่าย การรับรู้ข้อมูลการขับขี่รวมถึงสายเรียกเข้าหรือชื่อเพลงบนหน้าจอแบบสี MID (Multi-Information Display) ขนาด 4.2 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลได้หลายรูปแบบ อ่านง่าย มองเห็นชัดเจนยิ่งขึ้นผ่านหน้าจอแบบ TFT (Thin-film Transistor Technology) พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง ใกล้ไกลและเลื่อนขึ้นลงในแนวตั้ง รวมถึงตำแหน่งเบาะนั่งหลังที่ทำให้ผู้โดยสารสะดวกสบายด้วยที่พักแขนพร้อมที่วางแก้ว 2 ตำแหน่ง และช่องเสียบ USB มีช่องเก็บของภายในห้องโดยสารสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารครบทุกตำแหน่ง


 

Mazda BT-50 มีเครื่องยนต์ดีเซลให้เลือก 2 ขนาด บล็อกใหญ่ 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร มาพร้อมระบบหัวฉีดน้ำมันแรงดันสูง 250 MPa ให้ละอองน้ำมันละเอียด และการเผาไหม้สมบูรณ์ วางอยู่ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่สามารถปรับเปลี่ยนจากการขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ เป็นระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อในความเร็วสูง 4H โดยไม่ต้องหยุดรถ

 

 

ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ทุกรูปแบบตัวถัง ทุกเกรด ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 1.9 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร มาพร้อมระบบควบคุมการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำงานได้อย่างแม่นยำ ให้แรงบิดสูงตั้งแต่รอบต่ำ โดดเด่นด้วยอัตราประหยัดน้ำมันกับตัวเลข 16.1 กิโลเมตร/ลิตร* เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเครื่องยนต์ทั้ง 2 ขนาด รองรับน้ำมัน B20 ได้ด้วย

*ผลการทดสอบตามมาตรฐานยุโรป UN R101 Combine Mode

 

 

ระบบส่งกำลังของ All-New Mazda BT-50 มีให้ 2 ทางเลือก กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้อัตราเร่งที่ต่อเนื่อง จังหวะการเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล และสามารถเลือกเปลี่ยนเป็นโหมดแมนนวลได้เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ขับสนุก และตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และอีกหนึ่งทางเลือกกับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ที่ผมได้ลองของด้วยตัวเอง ออกตัวได้อย่างนุ่มนวล ให้กำลังต่อเนื่องในทุกช่วงความเร็ว เข้าเกียร์ง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น ผสานการทำงานระบบขับเคลื่อน 2 ล้อและตัวถังแบบยกสูง ซึ่งมาสด้าเรียกว่ารุ่น Hi-Racer ตอบโจทย์การขับขี่ได้ทั้งในเมืองและนอกเมือง สามารถลุยน้ำได้สูงถึง 800 มิลลิเมตร

 

 

Mazda BT-50 มีโครงสร้างตัวถังที่ผลิตจากเหล็กกล้าทนแรงดึงสูง (High Tensile Steel) ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดการสั่นสะเทือนรวมถึงเสียงรบกวนจากภายนอก เพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ด้วยระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น กับคอยล์สปริงที่ช่วยเพิ่มความนุ่มสบาย ซับแรงกระแทกที่จะเข้าสู่ห้องโดยสาร พร้อมเหล็กกันโคลงหน้า ชุดแหนบด้านหลังที่เพิ่มความสามารถในการซับแรงสะเทือนได้ดีขึ้น ตอบสนองการใช้งานในทุกรูปแบบ มีให้เลือก 3 รูปแบบตัวถัง ได้แก่ รุ่น Standard Cab (STD) หรือกระบะตอนเดียวที่จะช่วยให้การบรรทุกของหนักเป็นเรื่องง่าย รุ่น Freestyle Cab (FSC) หรือกระบะตอนครึ่งรุ่นแค็ปเปิดได้ที่ตอบรับทุกการใช้งาน และรุ่น Double Cab (DBL) หรือรุ่น 4 ประตู ตอบสนองไลฟ์สไตล์ได้หลากหลาย ติดตั้งระบบเบรก ABSระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบช่วยเบรก BA รวมถึงถุงลมนิรภัยคู่หน้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย ส่งผลให้ Mazda BT-50 มีความปลอดภัยสูงตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น

 

 

อีกทั้งในรุ่น Hi-Racer และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มาพร้อมระบบควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัว DSCระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินเตือนอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน ESSระบบช่วยการออกตัวของรถขณะอยู่บนทางลาดชัน HLAระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC และติดตั้งถุงลมนิรภัยสูงสุดถึง 6 ตำแหน่ง เพิ่มความมั่นใจในการเข้าจอดด้วยระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้าและด้านหลังรวมสูงสุด 8 ตำแหน่ง พร้อมกล้องมองหลัง สำหรับรุ่น DBL Hi-Racer และรุ่น DBL ขับเคลื่อน 4 ล้อ ใส่เทคโนโลยีความปลอดภัยกับระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (ABSM) และระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้น

 

 

สีภายนอกมีให้เลือกถึง 6 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน กันบลู (Gunblue)สีเทา คอนกรีต เกรย์ (Concrete Gray)สีแดง เรด โวคาโน (Red Volcano)สีดำ ทรู แบล็ก (True Black)สีขาว ไอซ์ไวท์ (Ice White) และสีเงิน อิงกอท ซิลเวอร์ (Ingot Silver)

 

 

มาสด้า BT-50 ใหม่ ได้รับออกแบบให้มีความสะดวกสบายทัดเทียมกับรถอเนกประสงค์ โดยมีระยะบริเวณไหล่ด้านหน้า 1,463 มิลลิเมตร และมีระยะห่างระหว่างเบาะนั่งคู่หน้า 770 มิลลิเมตร ช่วยให้ภายในห้องโดยสารกว้างสบาย นอกจากนี้ เบาะนั่งด้านหลังของรถปิกอัพมาสด้า BT-50 ใหม่ ในรุ่นดับเบิ้ล แค็ป ยังมาพร้อมพนักพิงหลังที่ให้ตำแหน่งการนั่งเป็นธรรมชาติ รวมถึงมีพื้นที่หลังเบาะนั่งคู่หน้าที่ทำให้ผู้โดยสารด้านหลังสามารถยืดขาให้ความผ่อนคลายสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

 

 

เรายังสัมผัสถึงความสะดวกในการขึ้นและลงรถในรุ่นดับเบิ้ล แค็ป ประตูคู่หลังสามารถเปิดได้กว้าง จากส่วนเว้าขอบล่างประตูหลังและเสาบีก็ช่วยให้มีพื้นที่กว้างเพียงพอสำหรับเท้าและหัวเข่า ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่ในการก้าวขึ้นและลงรถของผู้โดยสารแถวหลัง ประกอบกับมือจับซึ่งอยู่ด้านในของเสาบีในรุ่นดับเบิ้ล แค็ป แบบยกสูง ก็ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถยึดหยึดขณะขึ้นและลงจากประตูด้านหลังรถได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่วนพนักพิงหลังของเบาะนั่งคู่หน้าทำมาจากเมมโมรี่โฟม (Memory foam) ที่ช่วยลดความเหนื่อยล้าเมื่อขับรถระยะทางไกล ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลังในรุ่น ดับเบิ้ล แค็ป ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกผ่อนคลายยิ่งขึ้น แม้รุ่นที่ผมขับจะไม่ใช่ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแต่ก็ออกแบบสวิทช์ได้สวยงามใช้งานสะดวกที่สำคัญให้ความเย็นสบายทั่วถึงทั้งห้องโดยสาร

 

 

บางช่วงเราได้สัมผัสประสิทธิภาพการขับขี่บนผิวทางวิ่งขรุขระ มาสด้า BT-50 ใหม่ มาพร้อมกับระบบ TCS ที่ช่วยในการป้องกันล้อหมุนฟรี ช่วยควบคุมกำลังขับที่เหมาะสม ช่วยให้ความคล่องแคล่วเพิ่มการควบคุมที่แม่นยำ ให้ความปลอดภัยและสามารถขับขี่ได้ราบรื่นยิ่งขึ้น ไม่เพียงแต่บนพื้นถนนที่เปียกลื่นแต่รวมถึงพื้นถนนที่เป็นกรวดหรือโคลนที่เป็นอุปสรรคในการขับขี่

 

 

ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน Hill Descent Control (HDC)

ระบบควบคุมเครื่องยนต์และเบรกเพื่อควบคุมอัตราเร่งและรักษาความเร็วเมื่อขับรถลงทางลาดชัน ช่วยให้ผู้ขับขี่มีสมาธิจดจ่องในการควบคุมพวงมาลัยได้อย่างเต็มที่ และมั่นใจยิ่งขึ้นเมื่อต้องขับรถลงจากทางลาดชัน

ระบบช่วยออกตัวรถขณะอยู่บนทางลาดชัน(HLA)

เมื่อผู้ขับยกเท้าออกจากแป้นเบรกเพื่อเร่งเครื่องยนต์จากจุดออกตัวบนทางลาดชัด ระบบเบรกจะยังคงทำงานเพื่อยับยั้งไม่ให้รถไหลไปด้านหลัง เพื่อช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยผ่อนคลายยิ่งขึ้น



ระบบช่วยจอด Parking Aid

เซ็นเซอร์ 4 ตัวบนกันชนด้านหน้าและด้านหลังจะช่วยกะระยะห่างระหว่างรถกับวัตถุ โดยระบบจะส่งเสียงแจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อรถเคลื่อนเข้าใกล้วัตถุจนถึงระยะห่างที่กำหนด

 

 

อีกส่วนหนึ่งที่แตกต่างสำหรับการขับขี่รุ่น ดับเบิ้ล แค็ป Hi-Racer คือความสูงจากพื้นถึงส่วนล่างสุดของตัวรถ และยางไฮเวย์เทอร์เรนขนาด 265/60R18 ช่วยให้เราโลดแล่นอย่างมั่นใจมาถึงริมอ่างเก็บน้ำท่าเคย บริเวณภูผา ป่าสน พื้นที่แคมปิ้งอีกแหล่งในอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี ซึ่งมีทั้งร้านอาหาร ห้องน้ำ จุดกางเต๊นท์ ก่อนจะลัดเลาะกลับเข้ามาพักชิมกาแฟและชมความคลาสสิกของรถปิกอัพในอดีตที่ The Unique77 ในอำเภอบ้านโป่ง และทะยานกลับสู่กรุงเทพมหานครด้วยความประทับใจในสมรรถนะของปิกอัพหน้าหล่อมาสด้า BT-50 ใหม

 

ความคิดเห็น (0)Add Comment

แสดงความคิดเห็น
quote
bold
italicize
underline
strike
url
image
quote
quote
smile
wink
laugh
grin
angry
sad
shocked
cool
tongue
kiss
cry
เล็กลง | ใหญ่ขึ้น

busy
แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 05 มีนาคม 2021 เวลา 22:02 น.