สมาชิก



สมาชิก : 492
Content : 3677
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 2181593
ลองของ ฟอร์ด มัสแตง ตัวท๊อป V8 GT Coupe Performance Pack รุ่นฉลองครบรอบ 55 ปีสปอร์ตแห่งตำนาน PDF พิมพ์ อีเมล
เรียบเรียงโดย อทิติ ศศิโรจน์   
วันอังคารที่ 29 มิถุนายน 2021 เวลา 14:51 น.

 

ถ้าจะพูดถึงหนึ่งในสายพันธุ์รถสปอร์ตอเมริกันบันลือโลก American Muscle Car หนึ่งในตำนานที่โลกไม่อาจลืม แน่นอนต้องมี Ford Mustang จ้าวม้าป่าที่ได้รับความชื่นชมของทั้งอเมริกันชน และคอรถสปอร์ตทั่วโลกมากนานกว่าครึ่งศตวรรษ จากความดุดันทรมานใจหนุ่มสาววัยทำงานกระทั่งถึงสูงวัยที่ใจยังสู้ ด้วยเอกลักษณ์เครื่องยนต์บิ๊กบล๊อคทรงพลัง พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ทำให้ฟอร์ด มัสแตง ถือเป็นรุ่นรถสปอร์ตคูเป้ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก โมเดลปัจจุบันถือเป็นเจนนอเรชั่นที่ 6 หากย้อนกลับไปเมื่อคลอดโฉมแรก ตั้งแต่ 55 ปีที่ผ่าน ( เรานำเสนอเรื่องราวโดยละเอียดให้ได้รู้จักจ้าวม้าป่าอเมริกันไปแล้วในตอนที่ลองขับรุ่น 2.3 L Ecoboost ) คราวนี้จึงขอย้อนไปในเจนอเรชั่นปัจจุบันเท่านั้น

 

 

ปี 2010 กลางอายุโมเดลรุ่นก่อนหน้า มีการปรับหน้าตาของ Ford Mustang ในส่วนการออกแบบภายนอก รวมทั้งมีการเปลี่ยนไฟท้ายใหม่เป็นแบบ LED ปรับจูนเครื่องยนต์ในรุ่น GT ให้กลายเป็น 315 แรงม้า ปรับค่าโช้คกับสปริงใหม่ เพิ่มระบบ Traction และ stability control หรือระบบควบคุมการทรงตัวในทุกรุ่นที่วางจำหน่ายรวมถึงล้อขนาดใหม่ ปี 2011 มีการเปลี่ยนชุดเกียร์ใหม่เป็นเกียร์ธรรมดา Getrag-Ford MT82 แบบ 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ใช้พื้นฐานจาก ZF 6HP26 ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของฟอร์ด มีการเปลี่ยนพวงมาลัยให้เป็นระบบไฟฟ้าแทนแบบไฮโดรลิก เครื่องยนต์ 3.72 ลิตร V6 ถูกผลิตจากอลูมินั่ม ทำให้มีน้ำหนักเบากว่าเดิม 18 กิโลกรัม ให้กำลัง 305 แรงม้า ส่วนเครื่องยนต์ 3.7 ลิตร มาในรูปแบบใหม่ 2 ท่อไอเสีย เพิ่มความประหยัดน้ำมันได้มากกว่าเดิม ส่วนรุ่น GT กลับมาใช้เครื่องยนต์ 5.0 ลิตรอีกครั้ง ให้กำลัง 412 แรงม้า พร้อมล้อ 19 นิ้วและยางสมรรถนะสูง ระบบเบรก Brembo และสำหรับตัวจิ๊ด Shelby GT500 จะใช้เครื่องยนต์ 5.4 ลิตร supercharged V8 ผลิตกำลังถึง 550 แรงม้า

 


Ford Mustang generation 6 (2015-ปัจจุบัน)
Ford Mustang โฉมปัจจุบัน ได้ทำการเผยโฉมให้ชมครั้งแรกเมื่อ 5 ธันวาคม 2013 พร้อมกันที่มิชิแกน, นิวยอร์ก, แคลิฟอร์เนีย, สเปน, จีน และออสเตรเลีย ปรับไซด์ของตัวถังเล็กน้อย โดยมีขนาดกว้างกว่าเดิม 1.5 นิ้ว เตี้ยกว่าเดิม 1.4 นิ้ว กระจังหน้าเป็นทรงสี่เหลี่ยมคางหมูพื้นที่ห้องโดยสารมีขนาดใหญ่กว่าเดิม มีเครื่องยนต์ให้เลือก 3 บล็อก คือ 2.3 ลิตร EcoBoost แบบ 4 สูบ เพื่อเอาใจตลาดเมืองจีนโดยเฉพาะ ขนาด 3.7 ลิตร V6 ให้กำลัง 300 แรงม้า และ 5.0 ลิตร V8 ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Paddle Shift ช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบอิสระ Independent rear suspension (IRS) ถูกออกแบบมาเพื่อฟอร์ด มัสแตงโฉมนี้โดยเฉพาะ

 


ช่วงปี 2018 ที่มีการปรับปรุงดีไซน์ภายนอกเล็กน้อย และปรับจูนเครื่องยนต์อีกครั้ง โดยเครื่องยนต์ขนาด 3.7 ลิตรถูกตัดออกไป แล้วใช้เครื่องยนต์ 2.3 ลิตร 4 สูบ Ecoboost เป็นบล๊อคพื้นฐานแทน ส่วนบิ๊กบล๊อคยังยึดมั่นอยู่กับ V8 ขนาด 5.0 ลิตร พร้อมยกชุดส่งกำลังใหม่เป็นเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดแทน

มากกว่า 55 ปีที่ผ่านมา Ford Mustang ทำยอดจำหน่ายไปแล้วราว 10 ล้านคัน ถือเป็นรถสปอร์ตที่สามารถทำยอดขายได้ดีที่สุดในโลก 3 ปีซ้อน และประสบความสำเร็จในด้านชื่อเสียงและยอดขายของฟอร์ดมากที่สุด อย่างไรก็ตาม ด้วยชื่อเสียงที่สะสมมาตลอดและการปรับตัวไปกลับโลกยุคยานยนต์ไฟฟ้า คงทำให้ Mustang ยังอยู่ยั่งยืนยงต่อไป

 

 

ปี 2020 ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดตัวมัสแตงรุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 55 ปีรถสปอร์ตแห่งตำนาน

ซึ่งผลิตในจำนวนจำกัดเพื่อฉลองการครบรอบ 55 ปี ของฟอร์ดมัสแตงเจ้าของตำแหน่งรถสปอร์ตคูเป้ที่ขายดีที่สุดในโลกมาพร้อมความโฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ตยิ่งขึ้น คอนโซลหน้าประดับตราสัญลักษณ์ฉลองวาระครบรอบ55 ปี พร้อมเบาะหนัง RECARO® จับจองได้ที่ผู้จำหน่ายฟอร์ด มัสแตง อย่างเป็นทางการ 9 แห่ง ทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด

 

 

ฟอร์ด มัสแตง รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 55 ปี เปิดตัวในช่วงไตมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา นับเป็นสปอร์ตคูเป้ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและออปชั่น สำหรับผู้ขับขี่ที่ใฝ่หาความเร้าใจที่แตกต่าง โดยมีให้เลือกสองรุ่น คือ รุ่น 5.0L V8 GT Coupe Performance Pack และรุ่น 2.3L EcoBoost Coupe Performance Pack

 

 

ฟอร์ด มัสแตง รุ่นพิเศษ MY2020 ทรงพลังมอบสมรรถนะและอัตราเร่งตั้งแต่ออกตัวจนถึงย่านความเร็วสูง อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีในการขับขี่และออปชั่นมากขึ้น ตอบโจทย์ความชื่นชอบของคอรถสปอร์ตอเมริกันสไตล์ ด้วยดีไซน์ที่ปราดเปรียวยิ่งขึ้น มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร และ เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียง เทอร์โบ EcoBoost ขนาด 2.3 ลิตร ( เราได้นำเสนอไปก่อนหน้าแล้ว ) ทั้งสองรุ่นทำงานผสานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์แพดเดิลชิฟท์หลังพวงมาลัย

 

 

สำหรับตัวท๊อปเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร ที่เรานำมาให้คุณได้สัมผัสผ่านการทดลองขับคราวนี้ได้รับการพัฒนาให้เหนือชั้นขั้นเทพยิ่งขึ้น เพื่อมอบสมรรถนะในการขับขี่อันน่าตื่นเต้น ด้วยกำลังสูงสุด 449 แรงม้าแรงบิดสูงสุด 529 นิวตันเมตร ขณะที่รุ่นเครื่องยนต์ EcoBoost ขนาด 2.3 ลิตร นั้นประหยัดน้ำมันกว่าแน่ๆ กับพลัง 290 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 441 นิวตันเมตร แรงพอใช้แต่ยังไม่สุด ฟอร์ด มัสแตงทั้งสองรุ่นมาพร้อมชุดแต่ง Performance Pack เฟืองท้ายแบบ Limited-Slip ทำให้การขับขี่ในโค้งสนุกสนานเร้าใจยิ่งขึ้น พร้อมล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 19 นิ้ว และฟีเจอร์เสริมอีกมากมายที่เข้ากับเอกลักษณ์ในการขับขี่ที่สนุกสนานในแบบฉบับของฟอร์ดมัสแตง

 

 

“ฟอร์ดมีความภาคภูมิใจที่ได้เปิดตัวรถสปอร์ตอเมริกันระดับตำนานในประเทศไทย ด้วย 2 รุ่นย่อยจากไลน์อัพที่ทรงสมรรถนะที่สุดของฟอร์ด มัสแตง”คุณวิชิตว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ดประเทศไทย กล่าว “ฟอร์ด มัสแตง รุ่นพิเศษนี้ยังคงเป็นรถที่ครบครันด้วยสมรรถนะและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ สมกับตำแหน่งรถสปอร์ตคูเป้ที่ขายดีที่สุดในโลก 5 ปีซ้อน”

 

 

ภายในห้องโดยสารของมัสแตง รุ่นพิเศษนี้ได้รับการออกแบบให้มีความพรีเมียมกว่าเดิม ด้วยคอนโซลหน้าสไตล์สปอร์ต พร้อมสัญลักษณ์ “MUSTANG FIFTY FIVE YEARS” ฉลองการครบรอบ 55 ปี พร้อมเบาะหนัง RECARO® เบาะที่นั่งดีไซน์กระชับรับกับสรีระทั้งยังมอบความสบาย รองรับการขับขี่ได้อย่างสุดเหวี่ยงแม้ในเวลาเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่รถสปอร์ตสมรรถนะสูงอย่างเต็มที่

 

 

ฟอร์ด มัสแตง รุ่นพิเศษนี้ยังสามารถปรับแต่งชุดขับเคลื่อนให้เข้ากับการขับขี่ที่สนุกสนานเร้าใจด้วยโหมดการขับขี่ที่หลากหลายรวมถึงโหมด Good Neighbor Mode ที่เป็นมิตรต่อเพื่อนบ้านซึ่งเหมาะสำหรับการขับขี่ตอนเช้าตรู่และยามค่ำคืน โดยชุดท่อไอเสีย Active Valve Performance Exhaust ช่วยลดเสียงของเครื่องยนต์

 

 

โดยปรับได้ตั้งแต่ Quiet ลดเสียงระบบไอเสียลง Normal เป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงาน ซึ่งสำหรับผมเร้าใจพอสมควรแล้ว Sport เพิ่มเสียงและความเร้าใจยิ่งขึ้น  และ Track ปรับให้มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับใช้ขับในสนามแข่ง นอกจากนี้ ยังมีระบบ Electronic Line Lock ฟีเจอร์ซึ่งทำงานเฉพาะกับเบรกคู่หน้า เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเบิร์นยางคู่หลังได้สะดวก ขณะรถจอดนิ่งก่อนออกตัวเพื่อทะยานไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง

 

 

ฟอร์ด มัสแตง เป็นเสมือน ICON ที่ใครๆ ต่างก็หลงใหล ไม่ว่ามันจะโลดแล่นอยู่ที่ใด แม้แต่ในโลกภาพยนตร์ มัสแตง GT ก็เป็นของรักของหวงของพระเอกมือสังหารพันธุ์ ชุด JOHN WICK สำหรับผมแม้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ลองควบม้าป่ามัสแตง แต่ก็เป็นครั้งแรกสำหรับรุ่นท๊อป การทำความรู้จักและเข้าถึงสมรรถนะจึงไม่ใช้เรื่องยากเกินไป แม้จะต้องระวังตัวมากขึ้นโดยเฉพาะการใช้คันเร่งอย่างพอเหมาะพอควร ได้ลองขับอยู่รอบๆ กรุงเทพฯและปริมณฑล และใช้คันเร่งหนักเฉพาะบนทางด่วน มัสแตงมีความพิเศษตั้งแต่แรกเห็น หลังกดปุ่มสตาร์ทเสียงคำรามใน Normal โหมดสะท้านทรวงกว่าตัวรองท๊อปอย่างชัดเจน ทำความคุ้นเคยกับท่านั่งขับที่แตกต่างกับรถยนต์และรถอเนกประสงค์ทั่วๆไป ฝากระโปงหน้ายาวใหญ่ ระยะฐานล้อที่ยาว 2,720 มม. กับความสูงใต้ท้องพอๆ กับรถยนต์นั่งปกติ จึงต้องระวังมุมคร่อมพอสมควร หากต้องไต่เนินชัน ด้วยกายภาพที่แตกต่างมีบุคลิกเป็นของตัวเอง สำหรับสิ่งที่สัมผัสได้ไม่ต่างจากตัวรองท๊อปคือการทรงตัวที่แนบแน่นเสมือนวิ่งเมื่ออยู่บนทางด่วน

 

 

เบาะนั่ง RECARO ปรับไฟฟ้าหุ้มหนังการันตีความสะดวกสบายแบบกระชับ ส่วนเบาะนั่งหลังมองดูเหมือนจะคับแคบแต่พอลองสอดตัวเข้าไปหย่อนก้นก็พอนั่งได้ แต่ถ้าตัวสูงกว่า 175 ซม. จะมีปัญหาเรื่องพื้นที่เหนือศรีษะแต่นั้นก็ไม่ใช่สาระสำคัญของคนที่จะเลือกใช้รถคูเป้ พื้นที่หลังคารถโค้งสั้น ลาดเทต่อเนื่องกับกระจกบานหลัง สอดรับกับสะโพกก่อนถึงด้านท้ายที่ยกกระดกขึ้นเล็กน้อยลงตัวกับสปอยเลอร์ท้ายที่มีเส้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ฝากระโปงหน้าและแนวหลังคา เอาเป็นว่าเรื่องดีไซน์นั้นเย้ายวนสุดๆ ผสานความแข็งแกร่งแบบอเมริกันที่คุณหาไม่ได้แม้แต่ในสปอร์ตคูเป้สัญชาติเดียวกันอย่างคามาโร่

 

 

ยิ่งผมได้ใช้เวลาอยู่กับมัสแตงมากขึ้น ขับในเส้นทางที่หลากหลาย บนพื้นผิวที่แตกต่างกัน มีหลายอย่างที่สะท้อนพันธุกรรมคูเป้อเมริกัน โดยเฉพาะบนถนนที่ไม่ใช้ทางลาดยางเรียบกริบ ช่วงล่างรวมถึงยาง MICHELIN Pilot Sport 4S คู่หน้าขนาด 255/40R19 คู่หลังขนาด 275/40R19 ต่างจากรุ่น 2.3L Ecoboost ที่ใช้ยาง PIRELLI P ZERO ขนาด 255/40 R19 ทั้งล้อหน้าและหลัง ให้การซับแรงสะเทือนที่ให้ความรู้สึกสบายได้ตลอด นั้นหมายความว่า ทำให้เรากล้าที่จะพาจ้าวม้าป่าออกนอกเส้นทางไฮเวย์ไปสู้ชนบทได้มากกว่าสปอร์ตคูเป้ที่มีอยู่ในตลาดบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็น M4 , C63 AMG และ A5 RS ทว่ากลับเสียเปรียบเมื่อต้องลัดเลาะในถนนแคบๆ ที่มีโค้งต่อเนื่องจากอัตราทดพวงมาลัยกว้างและใช้รอบการหมุนมากกว่า ฉับไวน้อยกว่า แต่จะเปล่งประกายโฉดฉายในเส้นทางระหว่างเมือง และเท่าที่สังเกต ฟอร์ด มัสแตง เป็นที่ดึงดูกสายตาของคนทุกเพศทุกวัย เหมือนจะเข้าถึงได้ง่ายหรือเป็นกันเองมากกว่าสปอร์ตคูเป้สายพันธุ์ยุโรป

 

 

สำหรับด้านขุมพลังบิ๊กบล็อกขนาด 5,038 ซีซี. วี 8 สูบ ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ทำงานได้อย่างสอดคล่องราบรื่น แม้จะมีไซด์เฮฟวี่เวฟ กดปุ๊บมาปั๊บตามเท้าที่ส่งแรงไม่ยังแป้นคันเร่ง ความเร็วแรงใกล้ๆ กับเครื่องยนต์ขนาด 3.5 ลิตรที่มีเครื่องอัดอากาศ และสามารถทะยานไปถึงความเร็วสูงสุดที่ 250 กม./ชม. ส่วนรุ่นรองท๊อปไปได้สุดๆ ที่ 233 กม./ชม. เรื่องความประหยัดนั้นอยู่ในระดับที่รับได้ประมาณ 7-9 กิโลเมตร/ลิตร กับน้ำหนักตัว 1,756 กิโลกรัม มากกว่ารุ่น 2.3L อยู่ 84 กิโลกรัม ส่วนที่ผมไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้รับการตอบสนองจากมัสแตง คือเรื่องของเทคโนโลยีการเลือกโหมดการขับขี่ที่มีมากมายจุใจขาซิ่งยุคดิจิตอล ตั้งแต่การขับขี่บนพื้นผิวเปียกลื่น ไปจนถึงโหมด TRACK สำหรับตะบึงบนซอร์กิต หรือออกตัวบนทางตรงในโหมด Drag Strip หรือจะเรียกว่า Sport All in One ก็ไม่น่าจะผิด

 

เทคโนโลยีล้ำหน้าเพื่อความปลอดภัยและสะดวกสบาย

ฟอร์ด มัสแตงใหม่ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะมากมาย รวมถึงระบบเตือนการชน (Pre-Collision Assist) ที่ผสานระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน (AEB) และระบบตรวจจับยานพาหนะ (Vehicle Detection) ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System) และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่มั่นใจในทุกการเดินทางบนท้องถนน

 

 

ด้านระบบสั่งงานด้วยเสียงSYNC® 3 มาพร้อมหน้าจอมัลติทัชสกรีนขนาด 8 นิ้วและยกระดับไปอีกขั้นด้วยระบบสื่อสารและความบันเทิงล้ำสมัยรองรับการทำงานทั้งบน Apple CarPlay และ Android Auto™ ผ่านการเชื่อมต่อได้ทั้งบลูทูธและไวไฟ ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่พลาดข่าวสารข้อมูลสำคัญ และยังคงความปลอดภัยขณะขับขี่

 

นอกจากนี้ ฟอร์ด มัสแตง รุ่นพิเศษนี้ ยังครบครันด้วยฟีเจอร์เพื่อความปลอดภัยมากมายทั้งระบบช่วยโทรฉุกเฉิน ระบบควบคุมการทรงตัว Advancetrac®(Advancetrac® With Electronic Stability Programme) พร้อมระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Traction Control) และระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Launch Assist) เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ประทับใจกับผู้ครอบครอง

 

 

ฟอร์ด มัสแตง รุ่นพิเศษ 55 ปี มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ 3 สีใหม่ คือสีน้ำเงิน เวโลซิตี้ บลู (Velocity Blue) ที่เรานำมาลองขับ สีส้ม ทวิสเตอร์ออเรนจ์ (TwisterOrange) และสีแดง แรพิดเรด (Rapid Red) และ1 สีคลาสสิกคือสีเทา แมคเนติค เมทัลลิค (Magnetic Metallic)

 

ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการสำหรับฟอร์ด มัสแตงรุ่นฉลองครบรอบ 55 ปีทั้งสองตัวเลือกเครื่องยนต์ ได้แก่

ฟอร์ด มัสแตง5.0L V8 GT Coupe Performance Pack ราคา 4,899,000 บาท

ฟอร์ด มัสแตง2.3L EcoBoost Coupe Performance Pack ราคา 3,699,000 บาท

 

ฟอร์ด มัสแตงรุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นเพื่อฉลองการครบรอบ 55 ปี ของฟอร์ดมัสแตงและพิเศษสุดสำหรับลูกค้าฟอร์ดมัสแตงใหม่จะได้รับความคุ้มค่าและสะดวกสบายด้วยการดูแลอย่างดีตลอด 5 ปี จากแพ็กเก็จ ‘Ford Five Years Premium Care’ ที่มาพร้อมการรับประกันคุณภาพรถนานสูงสุดถึง 5 ปี พร้อมบริการฟรีค่าแรงและค่าอะไหล่ในการตรวจเช็คตามระยะ อีกทั้งบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด24 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 ปี

 

 

สรุปว่า ฟอร์ด มัสแตง เป็นรถยนต์ที่มีเสน่ห์เกินห้ามใจสำหรับคนที่มีความหลงใหลและทุนทรัพย์มากพอ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัว ดูดีมีอนาคตในเรื่องของลงทุน โดยเฉพาะตัวท๊อปเครื่องยนต์ V8 เพราะเชื่อว่า ฟอร์ด มัสแตง โมเดลต่อจากนี้ไป ระบบขับเคลื่อนคงไม่ได้มีเฉพาะเครื่องยนต์ หรืออาจจะไม่มีเครื่องยนต์สันดาปภายในติดตั้งมาจะโรงงานส่งเสียกระหึ่มโสตประสาทอีกต่อไป ถึงเวลานั้นถึงอยากจะมีไว้ในครอบครอง ก็ไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ เพราะม้าป่าพันธุ์นี้จะยังคงความเป็นตำนานสืบไป...

ความคิดเห็น (0)Add Comment

แสดงความคิดเห็น
quote
bold
italicize
underline
strike
url
image
quote
quote
smile
wink
laugh
grin
angry
sad
shocked
cool
tongue
kiss
cry
เล็กลง | ใหญ่ขึ้น

busy
แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 29 มิถุนายน 2021 เวลา 19:58 น.